Sunday, April 29, 2012

โปรโมชั่นประจำเดือน 04/ 2014 ต้อนรับวัน สงกรานTEL 020 5996 2888

โปรโมชั่นประจำเดือน 04 / 2014 ต้อนรับวันสงกราน   (01/4/2014 - 30/04/2014)
เพียงท่านซื้อสินค้า1ชุด 300PV ที่ร่วมรายการดังต่อไปนี้
1. ว่านชักมดลูก(สูตร1) 3 ขวด ปกติ ราคาสมาชิก 8,600 บาท พิเศษ ลด 600 บาทเหลือเพียง 8,000 บาท
2.ว่านชักมดลูก(สูตร2) 4 ขวด ปกติราคาสมาชิก 9,000 บาท พิเศษ ลด 600 บาท เหลือเพียง 8,400 บาท
3.ยาบำรุงร่างกายกล่องแดง 3ขวด ปกติราคาสมาชิก 11,400 บาท พิเศษ ลด600บาท เหลือเพียง 10,800 บาท
4. ว่านชักมดลูก(สูตร1) 2ขวด + ยาน้ำกระชายดำ750mL 2ขวด ปกติราคาสมาชิก 9,300 บาท พิเศษลด 600 บาท เหลือเพียง 8,700 บาท
5.ว่านชักมดลูก(สูตร2) 2ขวด + ยาน้ำกระชายดำ750mL 2ขวด ปกติราคาสมาชิก 8,200 บาท พิเศษลด400บาท เหลือเพียง 7,800 บาท
6.ว่านยาสตรีหลังคลอด 3 ขวด ปกติราคา 9,900 บาทพิเศษลด 600 บาท เหลือเพียง 9,300 บาท
TEL :  020 2222 8597 // 5996 2888
 Mr khamphat simmavong Delivery @ home in LAOS

สูตร ใหม่ล่าสุด ที่ใช้เวลาการค้นคว้ายาวนาน เพื่อสำหรับบำรุงดูแลคุณแม่หลังคลอดโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่พึ่งคลอด หรือจะผ่านการคลอดมานานแล้ว แน่นอนว่าหลักๆเพื่อใช้แทนการอยู่ไฟ ช่วยให้กระชับในจุดที่เปลี่ยนไปตอนหลังคลอด ช่วยลดท้องลาย ช่วยเพิ่มน้ำนม ขับน้ำคาวปลาและของเสียที่ตกค้างที่เกิดในระหว่างการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด เสร็จ และช่วยเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่ เพื่อให้มีน้ำนมมากขึ้น

ยาบำรุงร่างกาย หมอเส็ง ชนิดแคปซูล
ยาบำรุงร่างกาย สูตรหมอเส็ง ชนิดแคปซูล
ยาบำรุงร่างกาย234 ชนิดแคปซูล

ตามคำเรียกร้องจากมวลมหาชน สำหรับผู้ที่มีปัญหาในการทานยาสมุนไพรชนิดน้ำ มีคุณสมบัติเท่ายาบำรุงกล่องเหลืองทุกประการ ทานได้ยาวนานกว่ายาน้ำ ในราคา 2600 บาท
แต่สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองทานดูได้ในราคา 2350 บาท ก็ลองโทรมาคุยกันนะค่ะ 
 
 TEL 85620 2222 8597 KhamPhat SIMMAVONG Delivery in Laos MLM , Lao

www.morsenglao.blogspot.com
มดลูกต่ำ...อาการที่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องเป็น
มดลูกค่ำ
มดลูกต่ำ…ก็ คือภาวะที่มดลูกเคลื่อนตัวลงมา จากตำแหน่งปกติที่มันควรจะอยู่นั่นเอง ภาวะมดลูกต่ำเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็เป็นได้ ดูภายนอกไม่รู้หรอกครับว่าใครต่ำ ใครไม่ต่ำ ไม่มีใครมาเปิดหวอโชว์มดลูกให้ดูกันหรอก แต่รู้หรือเปล่าครับว่าผู้หญิงไทยเป็นมดลูกต่ำกันเกือบค่อนประเทศ ขนาดบางคนยังไม่รู้ตัวเลยครับว่ามดลูกต่ำหรือเปล่า
ลอง สังเกตดูง่ายๆ ก็ได้ ปกติแล้วช่องคลอดของผู้หญิงเราจะลึกเข้าไปข้างในประมาณ 3 นิ้ว ถ้าลองเอานิ้วสอดเข้าไปจนสุดนิ้วแล้ว…ควานไปควานมาจะเจอปากมดลูกเป็นจุกกลมๆ แข็งเด้งๆ เหมือนปลายจมูก หรือถ้าปากมดลูกอยู่สูงมากๆ ก็อาจจะควานหาไม่เจอ แต่ถ้ามดลูกต่ำแค่สอดนิ้วไปได้นิดเดียว ก็ถึงปากมดลูกแล้ว ถ้าต่ำมากๆ นั่งยองๆ ดู แล้วเบ่งท้อง บางทีปากมดลูกก็โผล่ออกมาสูดอากาศข้างนอกได้เลยครับ คนเฒ่าคนแก่ที่ลูกเยอะๆ คลอดกันเองตามบ้านแล้วไม่ได้เย็บแผล บางทีก็ลูกเยอะจนแทบไม่ต้องเบ่ง แค่ไอสองทีลูกก็เล็ดออกมาแล้ว ถ้าเป็นประเภทนี้แล้ว รับรองว่ามดลูกต่ำกันทั้งนั้น ดีไม่ดี นั่งเบ่งดู มดลูกอาจหลุดออกมาห้อยร่องแร่งข้างนอกเลยก็ได้…ไม่ได้โม้นะ
ปกติ ผู้หญิงทุกคนจะมีมดลูกติดตัวมาด้วย โดยมดลูกจะอยู่ภายในช่องท้องส่วนล่างที่เรียกว่า ท้องน้อยนั่นแหละครับ แล้วมดลูกก็เป็นอวัยวะที่แปลก คือมันไม่ได้ยึดติดแน่นกับอะไรชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราว แต่จะห้อยแกว่งไปแกว่งมาในช่องท้อง ด้านล่างก็จะมีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นตัวอุ้มรับเอาไว้ ด้านบนจะมีเส้นเอ็นปีกมดลูกดึงรั้งไว้
ผู้ชาย น่ะช่องท้องมันตันเบ่งยังไงแรงเบ่งมันก็ออกมาได้แค่ทางก้นอย่างเดียว แต่ในผู้หญิงนอกจากก้นแล้วยังมีช่องคลอดเป็นทางออกเพิ่มขึ้นมาอีกทาง แถมยังรูปกว้างกว่าก้นอีก กล้ามเนื้อหูรูดก็ไม่ได้รัดแน่นแข็งแรงเท่าก้น เวลาผู้หญิงเบ่งท้อง แรงเบ่งจะดันออกมาทางช่องคลอด ซะมากกว่าในผู้หญิงที่ยังไม่มีลูก กล้ามเนื้อโครงสร้างภายในยังเนี๊ยบอยู่ ช่องคลอดก็ยังไม่กว้าง เวลาเบ่งท้องมดลูกก็จะเป็นเหมือนจุกลงมาปิดก้นช่องคลอดด้านในไว้ กระบังลมที่แข็งแรงกับปีกมดลูก ที่หิ้วไว้ข้างบนก็จะช่วยยึดมดลูกไว้ไม่ให้ถูกแรงเบ่งดันหลุดลงไปในช่องคลอด ได้
มดลูกถ้ามันอยู่เฉยๆ ไม่ไปยุ่งอะไรกับมันก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่เกิดมาเป็นผู้หญิง ก็มักมีอะไรมายุ่งกับมดลูกเราอยู่เรื่อย ที่สำคัญก็ตอนตั้งครรภ์กับตอนคลอดนี่แหละ ระหว่าง ที่ตั้งครรภ์มดลูกมันจะขยายขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ ปีกมดลูกก็จะถูกรั้งดึงขึ้นไปเรื่อยๆ พอคลอดปั๊บปีกมดลูกที่ถูกดึงยึดก็จะเกิดอาการหย่อนไปได้บ้าง
ใน เวลาเดียวกันตอนที่คลอดเองหัวของลูกก็มุดทะลุทะลวงผ่านกล้ามเนื้ออุ้ง เชิงกรานออกไป กล้ามเนื้อกระบังลมที่เคยตึงๆ ก็หย่อนยานเสียหายไปได้บ้าง ช่องคลอดของเดิมๆ ที่แคบๆ ก็กว้างกลวงขึ้นกว่าเดิ ช่วงหลังคลอดกระบังลมก็หย่อน ปีกมดลูกไม่รั้งตึง ช่องคลอดก็กว้างพอเบ่งท้องแรงๆ มดลูกก็เกือบจะแลบออกมาข้างนอกเลยครับ ฟังดูแล้วเดี๋ยวจะไม่ยอมคลอดเองขึ้นมา ที่จะเป็นปัญหาก็มักเป็นพวกที่คลอดเองแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมออกกำลังกายบ้าง ถ้าบริหารกล้ามเนื้อกระบังลมดีๆ หน่อยก็จะกลับเข้าที่เองได้ภายในเวลาแค่สามเดือนเท่านั้นเอง
ยืนนาน ยกหนัก มดลูกต่ำได้นะ
สาเหตุ ของมดลูกต่ำ เกิดจากการคลอดลูกแล้วไม่ได้บริหารร่างกายอย่างถูกต้องเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง ครับ นอกจากนั้นพวกที่ต้องทำงาน ยืนเยอะ เดินเยอะ ยกของหนัก เบ่งท้องบ่อยๆ ก็มีปัญหามดลูกต่ำได้ง่าย อาชีพพยาบาลนี่แหละที่เป็นกันเยอะ ในตำราฝรั่งเขาก็เขียนเอาไว้อย่างนั้นจริงๆ ไม่ได้โม้เอาเองด้วย ก็พยาบาลต้องเดินเยอะ ต้องอุ้มคนไข้ขึ้นอุ้มคนไข้ลง ต้องเบ่งท้องกันบ่อยๆ มดลูกก็เลยต่ำกันเป็นแถวๆ พวกที่ไอบ่อยๆ ไอเรื้อรังก็ควรรีบๆ ไปรักษาให้หายเร็วๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะเวลาไอมากๆ ก็จะมีแรงเบ่งลงไปทางช่องคลอด โครงสร้างที่รองรับต่างๆ ก็จะพลอยยืดหย่อนเสียหายไปหมด ยิ่งบางคนที่มีอาการไอจามแล้วปัสสาวะเล็ดร่วมด้วย รับรองได้เลยว่ามดลูกต่ำร้อยเปอร์เซ็นต์
คน อายุมากก็มีโอกาสเกิดมดลูกต่ำได้มากกว่าสาวๆ ยิ่งถ้าหมดประจำเดือนไปแล้วก็ยิ่งหย่อนได้ง่ายกว่าเก่า เมื่อร่างกายเราไม่สร้างฮอร์โมนแล้วเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะมีการเสื่อมสภาพลง เส้นเอ็นปีกมดลูก กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน รวมทั้งโครงสร้างภายในต่างๆ ก็แข็งแรงน้อยลง ยิ่งอายุสูงวัยขึ้นฉันใด มดลูกก็ยิ่งต่ำลงไปตามวัยด้วยฉันนั้น …อนิจจัง
ต่ำมาก ต่ำน้อยวัดกันที่ตรงไหน
ในคนที่เป็นมะเร็งเป็นเนื้อร้าย จะมีแบ่งว่าเป็นขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 …คนที่มดลูกต่ำก็ไม่น้อยหน้า มีแบ่งกันเป็นขั้นๆ ด้วยเหมือนกัน
มดลูกต่ำขั้นแรก มดลูกก็จะเลื่อนลงต่ำกว่าตำแหน่งปกติ แต่ยังไม่ถึงระดับเยื่อพรหมจารี
มดลูกต่ำขั้นที่สอง ปากมดลูกเลื่อนลงมาต่ำมากขึ้น จนถึงระดับเยื่อพรหมจารีพอดี
สมัย ก่อนตอนที่เป็นแพทย์ฝึกหัดต้องเรียน ต้องอ่านจากตำราฝรั่งทั้งนั้น อ่านถึงตรงนี้ทีไร อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังอดหัวเราะไม่ได้ ก็ผู้หญิงที่ถึงขนาดกระบังลมหย่อน มดลูกเคลื่อนไปหมดแล้วนี่ รับรองได้เลยว่าคงไม่มีเยื่อพรหมจารีเหลือให้เห็นหรอกครับ คงมีแต่ร่องรอยว่าเคยมีเยื่อพรหมจารีอยู่ตรงนี้ซะมากกว่า
มดลูกต่ำขั้นที่สาม มดลูกต่ำจนปากมดลูกโผล่ออกมาสูดอากาศข้างนอกได้
มดลูกต่ำระยะสุดท้าย มดลูกจะหลุดห้อยออกมาข้างนอกทั้งพวง เรียกว่าห้อยร่องแร่งได้เลย
มดลูก ต่ำระยะแรกๆ อาจไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้ครับ หรือถ้ามีก็มักมีอาการไม่มาก ยิ่งมดลูกต่ำลงมากก็ยิ่งมีอาการมาก แรกๆ อาจมีอาการเริ่มปัสสาวะลำบาก ไอจามปัสสาวะเล็ด อันปัสสาวะไม่ได้ เนื่องจากคนที่มดลูกต่ำมักมีปัญหากระบัลมหย่อนร่วมด้วย หูรูดของกระเพาะปัสสาวะก็เลยหย่อนตามไปด้วย เวลาเบ่งท้อง ไอจาม แรงรัดของหูรูดก็ไม่สามารถทนต่อแรงดันของปัสสาวะได้ เวลาไอจามเลยเล็ดทุกที บางคนเป็นหนักขนาดบางทีหัวเราะจนฉี่ราดเลยก็มี
ผู้หญิงคนไหนพอให้ยก ของหนักๆ แล้วชอบบ่นว่าปวดท้องน้อย ให้สันนิษฐานไว้เลยครับว่าช่องคลอดต้องกว้าง กระบังลมต้องหย่อนแน่ มดลูก ก็เปรียบเสมือนจุกที่อุดอยู่ด้านในของช่องคลอด ถ้าช่องคลอดกว้าง กระบังลมหย่อน เวลาเบ่งท้อง หรือยกของหนัก มดลูกก็จะถูกเบ่งดันเลื่อนลงไปในช่องคลอด ส่งผลให้ไปรั้งดึงปีกมดลูกลงมาจนตึงเจ็บได้ …รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าเผลอไปบ่นกับใครเข้าล่ะว่ายกของหนักไม่ได้ ยกแล้วมันจะปวดท้องน้อย เดี๋ยวใครๆ เขาจะรู้กันหมอว่าช่องคลอดกว้าง
นอก จากจะเจ็บที่ปีกมดลูกแล้ว คนที่มดลูกต่ำบางคนก็อาจมีอาการถ่วงท้องน้อย เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ปากช่องคลอด บางคนก็รู้สึกเหมือนจะมีอะไรหลุดออกมา ที่จะหลุดออกมาก็มดลูกจุกอยู่ข้างในนั่นเอง
เซ็กซ์…กับมดลูกต่ำ
หลาย คนคิดทะลึ่งหน่อยก็อาจสงสัยกันนะครับว่า นี่ถ้า มดลูกต่ำ เวลามีอะไรกันก็ใส่เข้าไปได้นิดเดียวเองสิ ที่จริงถ้าไม่เป็นมากถึงขนาดมดลูกหลุดออกมามันก็ไม่เป็นปัญหาอะไรมากหรอก ครับ หย่อนลงมาได้ก็ต้องดันขึ้นไปได้ เวลามีเพศสัมพันธ์ก็ยังใส่เข้าไปได้จนสุดเหมือนเดิม มดลูกก็จะถูกดันลอยขึ้นไปได้เอง ปัญหามันก็ไม่ได้อยู่ที่มดลูกมันจะต่ำแค่ไหนหรอกครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ช่องคลอดกว้างต่างหาก ช่องคลอดที่กว้างมันก็เลยไม่กระชับ ความรู้สึกเสียดสีก็น้อย ความพึงพอใจทางเพศก็ต่ำ ถ้านึกภาพไม่ออกก็ลองนึกภาพเอาสากกะเบือไปแกว่งในปากโอ่งก็แล้วกันครับ …คิดแล้วมันทรมานหัวใจเหลือเกิน
ดูดูแล้วสาเหตุ สำคัญที่สุดที่เป็นเหตุให้มดลูกต่ำก็คือ การเสียหายจากการคลอดนั่นเองครับ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือหลังคลอดแล้วนั่นเอง

หมอเส็ง
"ว่านชักมดลูก...  ยาทำสาวนิรันดร์...
"คัดจากคอลัมน์เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ
โดยนายเกษตร" หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
"
ว่านชักมดลูกให้คุณประโยชน์กับสตรี โดยเฉพาะ การปรุงยาเป็นยารักษาภายในของสตรี ต้องปรุงยาโดยหมอแผนโบราณ ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จึงจะได้ผล...
ที่ สำคัญยังเป็นยารักษามดลูกพิการ ปวดมดลูก ประจำเดือน ผิดปกติมีกลิ่นเหม็นเป็นมุตกิต ระดูขาว กินว่านนี้จะหาย ได้... ว่านชนิดนี้นิยมใช้กันมากในหมู่สตรีที่มีสามี และผ่านการคลอดบุตรแล้ว เนื่องจาก
มีสรรพคุณ ทำให้เป็นสาวเสมอ ...
แม้ จะมีบุตรกี่คนก็ตาม ไม่ต้องพึ่งมีดหมอผ่าตัดทำสาว หรือ รีแพร์ ยกเครื่องใหม่ให้เสียเงิน หรือเจ็บตัว...ทำให้มดลูกรัดตัวเล็กลง เรียกว่ามดลูกเข้าอู่เร็ว และกระชับเหมือนยังเป็นสาวแรกรุ่น ทำให้สามีไม่ไปเที่ยวนอกบ้าน



 TEL :  020 22228597 // 56999579 Mr khamphat simmavong Delivery @ home in LAOS

ยาสมุนไพรหมอเส็งบำบัดที่ต้นเหตุ

Ladyวันนี้เขียนเรื่องที่คิดว่าอยากจะบอกเล่าแก่ทุกท่านมาเป็นเวลานานแล้ว คือ เรื่องเกี่ยวกับกลไกการทำงานของยาหมอเส็ง ซึ่งมีความแตกต่างจากยาแผนปัจจุบันทั่วๆไป อย่างเช่น ยาแก้ปวด ยาลดน้ำมูก ที่เราๆท่านๆก็เคยรับประทานกันอยู่แล้ว
จะว่าไปแล้วในตอนแรกที่คุณแม่ของผมท่านได้นำยาหมอเส็งมาให้คนในครอบครัว ได้ลองทานดู บอกตรงๆเลยว่าผมไม่สนใจและไม่อยากที่จะทานยาหมอเส็งแต่อย่างใด แต่พอได้ลองรับทานดูแล้วก็รู้สึกได้จากทางร่างกายว่าดีขึ้น สดชื่นขึ้น โดยส่วนตัวผมเองก็มีอาการภูมิแพ้อยู่ คือว่าแพ้อากาศที่มีฝุ่นมาก เวลามีอาการแพ้จะจามบ่อยๆ และมีน้ำมูกไหลออกมา พอได้ลองทานยาบำรุงร่างกายเบอร์ 2 ตราหมอเส็ง ชนิดน้ำและขมิ้นชันชนิดแคปซูลไปได้ 2 อาทิตย์ รู้สึกได้เลยว่าเราแข็งแรงขึ้นและมีอาการแพ้ฝุ่นน้อยลง ดังนั้นจึงเกิดข้อสงสัยในใจก็เลยได้ไปถามคุณแม่ว่า
ทำไมหลังจากที่ผมทานยาหมอเส็ง อาการภูมิแพ้ถึงดีขึ้นครับ ?
คุณแม่ตอบผมว่า ก็ยาหมอเส็งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ได้แก้ที่ปลายเหตุนะสิ

แล้วคุณแม่ผมก็อธิบายต่อไปว่า คำว่าแก้ไขที่ต้นเหตุก็คือว่า ยาสมุนไพรหมอเส็งช่วยบำบัดร่างกายที่เจ็บป่วยของเราทำให้ร่างกายเราแข็งแรง ขึ้น เพื่อที่จะให้เราสามารถต่อสู้กับโรคภัยต่างๆได้ คนที่ร่างกายแข็งแรงจะไม่ป่วยจริงไหม ? ซึ่งเป็นการบำบัดที่ต้นเหตุ ในส่วนของยาแผนปัจจุบันโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะช่วยเราได้แต่เป็นไปในลักษณะของ การบำบัดที่ปลายเหตุ
ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ เพื่อที่จะให้ทุกคนได้เข้าใจชัดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ยาแก้ปวด คนเราเวลาปวดศรีษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือแม้กระทั่งปวดประจำเดือน ก็มักจะทานยาแก้ปวดอยู่กันเป็นนิจ เพื่อให้อาการปวดนั้นบรรเทาหรือหายไป ผมถามว่าการกินยาแก้ปวดช่วยแก้ปัญหาที่สาเหตุของอาการปวดหรือไม่ครับ ? ผมคิดว่าหลายคนน่าจะทราบดีอยู่ว่า สาเหตุของการปวดมีหลายสาเหตุ อย่างเช่นการปวดประจำเดือนซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงหลายคนและหลากหลาย สาเหตุ เช่น เกิดจากความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมนเพศหญิงระหว่างรอบเดือน การทานยาแก้ปวดช่วยบำบัดอาการปวดได้จริงครับ แต่ว่าไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุใช่ไหมครับ ?
แต่ในอีกทางหนึ่งถ้าเรามีอาการปวดประจำเดือน เนื่องจากเกิดจากความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมนเพศหญิงระหว่างรอบเดือน หลังจากทานยาว่านชักมดลูกหมอเส็งแล้ว จะช่วยบำบัดร่างกายของเราและร่างกายของเราจะแข็งแรงขึ้นและมีอาการปวดประจำ เดือนน้อยลง จนอาจจะไม่ปวดประจำเดือนอีกเลยซึ่งผมก็เคยเห็นมาแล้ว
ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเล่าจากประสบการณ์ของผมและคุณแม่ ส่วนคุณจะเชื่อหรือไม่พิจารณาดูครับ ว่าอยากกินยาแก้ปวดเป็นประจำเพื่อระงับปวดไปตลอดหรือทานยาสมุนไพรหมอเส็ง แล้วมีโอกาสหายปวดประจำเดือนไปเลย
วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ มีอะไรดีๆจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกเช่นเคย

ยาหมอเส็งราคาแพงจริงหรือ ?

สวัสดีครับทุกท่าน พบกันอีกเช่นเคยกับบทความดีๆที่จะได้ถ่ายทอดให้ทุกคนได้อ่านกัน เรื่องในวันนี้เป็นเรื่องที่ผมได้ถูกถามจากลูกค้าใหม่หลายๆท่าน ซึ่งมักจะบอกว่ายาหมอเส็งราคา แพง ตอนแรกที่ผมได้ยินก็เข้าใจนะครับว่าอาจจะมีคนที่คิดแบบนี้ได้ เพราะว่าเค้ายังไม่เคยได้ทดลองใช้ยาหมอเส็งรักษาอาการไม่สบายหรือเพื่อความ สวยความงามของตนเอง
ราคายาหมอเส็งนั้นเริ่มตั้งแต่ราคาหลายหลักร้อยบาทจนถึงหลักหลายพันบาท ตรงนี้ถ้าผู้ที่เคยไม่รู้จักยาหมอเส็งมาก่อน สามารถตรวจสอบราคาได้ที่หน้าสินค้าหมอเส็ง หลายท่านเมื่อได้ทราบราคาของยาหมอเส็งอาจจะต้องตกใจ เพราะยาหมอเส็งส่วนใหญ่ที่ราคาค่อนข้างสูง (ยาหมอเส็งที่เป็นขวดขนาดใหญ่และยาหมอเส็งชนิดแคปซูล ส่วนยาขวดเล็กคิดว่าราคาไม่แพงครับ)
ถามว่าตอนแรกผมคิดว่ายาหมอเส็งแพงไหม ? ผมบอกได้เลยว่าตอนแรกผมก็คิดว่ายาหมอเส็งราคาแพงเหมือนกันครับ แต่หลังจากได้ทดลองใช้ยาบำรุงร่างกาย เบอร์ 2 ตราหมอเส็ง ชนิดน้ำและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขมิ้นชันชนิดแคปซูล ตราหมอเส็ง เพื่อบำบัดอาการภูมิแพ้ของตัวเอง ขอบอกได้เลยว่า ถ้าเราต้องแลกเงินไม่กี่พันบาทกับร่างกายที่แข็งแรงขึ้นแบบมากมายเนี่ย ผมคิดว่าอย่างไรก็คุ้มครับ คนที่เคยป่วยหรือไม่สบายแล้วตนเองหายเป็นปกติน่าจะทราบดี
ถ้าจะลองให้อธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้นไปอีกผมขอเปรียบเทียบยาหมอเส็งกับรถเบนซ์
Benz
ผมเชื่อว่าเราหลายคนน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า รถเบนซ์เป็นรถยนต์ที่มีคุณสมบัติอย่างไรครับ แข็งแรง ปลอดภัย สะดวกสบาย เพราะได้รับการทดสอบต่างๆมากมายและได้รับการรับรองมาตราฐานเยอรมัน เป็นคุณสมบัติที่เราน่าจะนึกถึงก่อน แล้วถามว่ารถเบนซ์ราคาสูงไหมครับ ก็อย่างที่ทราบกันอีกแล้วว่าราคาค่อนข้างสูง
แล้วถ้าลองมาพิจารณาดูยาหมอเส็งล่ะ ยาหมอเส็งมีคุณสมบัติอย่างไรครับ ผมตอบได้เลยว่า ทานแล้วเห็นผลเร็ว ได้รับการขึ้นเป็นทะเบียนยาสามัญประจำบ้าน (อันนี้ขอยากยิ่งกว่า อย อีกนะครับ) ได้รับการรับรองว่าไม่มีสารสเตียรอยด์และไม่ผสมแอลกอฮอล์ นอกจากนี้การผลิตยังได้ตามมาตราฐาน GMP แค่นี้พอไหมครับ ? แม้ว่ายาหมอเส็งอาจจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาแล้วผมคิดว่าก็สมน้ำสมเนื้อและคุ้มค่าทุกบาททุก สตางค์ หรือจะมองในอีกแบบหนึ่งก็สามารถยกให้ยาหมอเส็งเป็นสินค้าระดับ premium ครับ
ถึงแม้ว่ายาหมอเส็งหลายชนิดจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ด้วยความต้องการของคุณหมอเส็งที่อยากให้ทุกคนร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดี ด้วยยาหมอเส็งอย่างเท่าเทียมกัน คุณหมอเส็งจึงได้คิดค้นยาหมอเส็งขวดเล็กที่ราคาย่อมเยา และทุกคนสามารถซื้อหามาบริโภคได้กันทุกคน อาจจะเห็นผลช้ากว่ายาหมอเส็งขวดใหญ่และยาหมอเส็งชนิดแคปซูลอยู่บ้าง แต่ว่าถ้าทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำรับรองว่าเห็นผลได้เหมือนกันครับ
หวังว่าบทความในวันนี้คงตอบข้อสงสัยของทุกคนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กำลังตัดสินใจว่าจะทดลองทานยาหมอเส็งดีหรือไม่ ?
อยากให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงครับ แล้วพบกันบทความหน้า !
ปล. ถ้ามีคำถามหรือความเห็นอะไรสามารถแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามที่ด้านล่าง ได้เลยครับ การที่ท่านช่วยกันคอมเมนต์หรือว่าตั้งคำถามจะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเองและ ผู้อื่นครับ

ยาหมอเส็งสำหรับหญิงตั้งครรภ์

sexสุภาพ สตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือมีน้องเป็นธรรมดาครับที่อยากจะบำรุงร่างกายของตัว เองและลูกในท้อง จึงมีคำถามจากคุณผู้หญิงที่กำลังมีน้องว่า ถ้าตนเองอยากจะบำรุงร่างกายด้วยยาหมอเส็งแล้วจะทานยาหมอเส็งตัวไหนดี
ไม่ใช่แค่อยากบำรุงร่างกายนะครับ คุณผู้หญิงบางคนในช่วงมีน้องแล้วมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นก็เป็นกังวลว่าหลัง คลอดแล้วจะลดน้ำหนักลำบาก ก็เลยอยากควบคุมน้ำหนักตอนตั้งท้องซะงั้น ผมถูกถามแบบนี้ก็งงๆเหมือนกันครับ แต่ก็ลองสอบถามผู้รู้มาให้ทุกครั้ง เพราะว่าใจเขาใจเราครับ
บทความในวันนี้ผมจะบอกถึงยาหมอเส็งที่หญิงตั้งครรภ์สามารถรับประทานได้ครับ เอาเป็นว่าอ้างอิงจากคำถามที่เคยถูกถามมานะครับ

ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์สามารถรับประทานยาหมอเส็งตัวไหนได้บ้าง ?
ยาหมอเส็งที่รับประทานได้ในช่วงระหว่างตั้งครรภ์มีดังนี้ครับ คือ
  1. ยาบำรุงร่างกาย เบอร์ 2 ตราหมอเส็ง ชนิดน้ำ
  2. ยาบำรุงร่างกาย 234 ตราหมอเส็ง ชนิดแคปซูล
  3. ยาบำรุงร่างกาย 999 ตราหมอเส็ง ชนิดน้ำ
พูดโดยสรุป คือ หญิงตั้งท้องสามารถทานยาบำรุงร่างกายชนิดที่ใช้ปรับธาตุได้ครับแต่ยาหมอเส็งชนิดอื่นห้ามรับประทานครับ เพราะอาจจะมีผลข้างเคียงต่อลูกได้ครับ !!!
มีคำถามน่าสนใจอีกคำถามหนึ่งของคนที่เค้าถามเข้ามาว่า อยากควบคุมน้ำหนักระหว่างตั้งท้องก็เลยอยากทานยาสลายไขมันหมอเส็ง ได้หรือเปล่า ?
อันนี้ขอยืนยันคำตอบด้านบนครับ ทานไม่ได้ครับ ทานได้เพียงยาบำรุงร่างกายที่ผมแนะนำไปได้เพียงเท่านั้น
วันนี้สั้นๆแต่คิดว่าเป็นประโยชน์ครับ

ยาสตรีหลังคลอดกับการให้นมบุตร
สำหรับแรงบันดาลใจในการเขียนบทความวันนี้ เกิดจากการที่มี่ผู้อ่านบทความของเราถามกันมามากเหลือเกินเกี่ยวกับการรับประทานยาสตรีหลังคลอดหมอเส็ง ซึ่ง คำถามที่ผมได้รวบรวมมาไว้ เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยมาก จนกระทั่งผมคิดว่าน่าจะเขียนเป็นบทความที่เป็นทางการ จะได้ไม่ต้องถามกันให้เสียเวลาอีก

คำถามสุดฮิตนั่นก็คือ จะสามารถรับประทานยาสตรีหลังคลอดได้เมื่อไหร่ เนื่องจากเป็นห่วงว่าการรับประทานยาสตรีหลังคลอดจะส่งผลต่อน้ำนมที่ให้แก่บุตร ?
ผมเข้าใจ ว่าคนที่ถามคำถามนี้คงหนีไม่พ้นคุณแม่มือใหม่ หรืออาจจะเป็นคุณแม่มือเก่าที่สนใจอยากจะรับประทานยาสตรีหลังคลอดบุตรหมอ เส็ง ก่อนอื่นเรามาทบทวนสรรพคุณของยาสตรีหลังคลอดบุตรหมอเส็งกันก่อนอีกครั้งจะดี กว่า
  1. ช่วยทำหน้าที่แทนการอยู่ไฟ หมายความว่า ผู้ที่รับประทานยาสตรีหลังคลอดบุตรหมอเส็งก็เหมือนได้อยู่ไฟหลังคลอดบุตร
  2. ช่วยขับน้ำคาวปลา
  3. ช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
  4. ช่วยทำให้ผิวพรรณ สดใส สวยงาม
  5. ช่วยทำให้หน้าท้องที่หย่อนยาน จากการคลอดบุตรยุบตัวเร็ว
  6. ช่วยทำให้มีน้ำนมมาก
ส่วนประกอบหลักของยาสตรีหลังการคลอดบุตรหมอเส็ง คือ ว่านชักมดลูก เพราะฉะนั้นท่านที่อยากจะทานว่านชักมดลูกหมอเส็งแทนยาสตรีหลังการคลอดบุตร หมอเส็ง ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ผมอยากถามคุณว่า ถ้าสรรพคุณของยาสตรีหลังการคลอดบุตรหมอเส็งดีกว่า ว่านชักมดลูกหมอเส็ง สูตร 2 ถึง 7 เท่า คุณจะเลือกรับประทานสูตรไหน ?

เอาละกลับมาตอบคำถามข้างต้นกันดีกว่า ผมขอตอบจากข้อมูลที่ผมได้สอบถามมาจากผู้รู้และประสบการณ์ตรงดังนี้
  1. กรณีที่คุณแม่คลอดตามธรรมชาติ ก่อนที่คุณแม่จะรับประทานยาสตรีหลังการคลอดบุตรหมอเส็งนั้น ควรจะรับประทานยาบำรุงร่างกาย เบอร์ 2 ตราหมอเส็ง ชนิดน้ำ (1 ขวดใหญ่) เพื่อบำรุงร่างกายคุณแม่ให้แข็งแรงเสียก่อน จากนั้นค่อยรับประทานยาสตรีหลังการคลอดบุตรหมอเส็งติดต่อกัน ส่วนระยะเวลาในการรับประทานนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณแม่ว่าอยากสวย หน้าท้องยุบเร็ว มากขนาดไหน
  2. กรณีที่คุณแม่ผ่าคลอด สูตรในการรับประทานก็ไม่แตกต่างจากข้อแรก เพียงแต่ว่าต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขมิ้นชัน ชนิดแคปซูลไปพร้อมกับยาบำรุงร่างกาย เบอร์ 2 ตราหมอเส็ง ชนิดน้ำ ก่อนที่จะรับประทานยาสตรีหลังการคลอดบุตรหมอเส็ง
  3. การรับ ประทานยาสตรีหลังการคลอดบุตรหมอเส็ง มีผลการให้นมลูกหรือไม่ สำหรับคำถามนี้คุณแม่หลายๆท่านเป็นกังวลกันมาก ผมขอเอาประสบการณ์ตรงมาตอบเลยว่า พี่สะใภ้ ของผมหลังจากคลอดลูกก็ได้รับประทานยาสตรีหลังการคลอดบุตรหมอเส็งตามสูตร และให้นมลูกตามปกติ หลานผมก็เป็นเด็กฉลาดและแข็งแรงดีมาก นอกจากนี้คุณภรรยาของคุณหมอเส็งก็ได้รับประทานยาสตรีหลังการคลอดบุตร หลังคลอดน้องโป๊ยเซียนเช่นกัน
คิดว่าคุณแม่หลายท่านที่มีคำถามเกี่ยวกับยาสตรีหลังคลอดหมอเส็ง คงหายข้องใจกันไปแล้วนะครับ

ทานยาหมอเส็งชนิดแคปซูลอย่างไรให้ได้ผลดี ?

เก็บมาฝากกันอีกแล้วครับสำหรับบทความในวันนี้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังทานยาหมอเส็งที่ เป็นชนิดแคปซูลอยู่ ซึ่งสิ่งที่นำมาฝากในวันนี้เป็นวิธีการรับประทานยาหมอเส็งที่แตกต่างออกไป จากการรับประทานแบบปกติ เพื่อให้ได้ผลดีและเห็นผลได้เร็วขึ้น
ชนิดของยาหมอเส็งที่เราทราบเห็นกันอยู่จะแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ 2 ประเภท คือ
  1. ยาหมอเส็งชนิดน้ำ
  2. ยาหมอเส็งชนิดแคปซูล
โดยส่วนใหญ่แล้ว (ตามความเข้าใจของผมเองนะ) คนที่รับประทานยาหมอเส็งชนิดน้ำมักจะไม่มีปัญหาเรืองรสชาติของยา จะขม หวาน เปรี้ยวก็รับได้หมดขอแค่อย่าให้ได้กินยาเม็ดเป็นพอ แต่สำหรับบางท่านที่มีปัญหาเรื่้องการรับประทานยาน้ำ เช่น ไม่ชอบรสขม หรือเฝื่อนของยา ก็หันมารับประทานยาชนิดแคปซูลกัน
อย่างไรก็ตามยาหมอเส็งไม่ได้มีสูตรที่เป็นชนิดแคปซูลและชนิดน้ำทดแทนกันทุกตัว เพราะฉะนั้น ถ้าใครทานยาหมอเส็งได้ทั้งแบบชนิดน้ำและแคปซูลได้จะดีมาก
เอาละกลับมาเรื่องที่ผมนำมาฝากกันดีกว่า วิธีนี้ผมได้มาจากลูกค้าที่เค้าให้ลูกทานยาบำรุงร่างกายหมอเส็ง ชนิดแคปซูล และขมิ้นชันหมอเส็ง ชนิดแคปซูล เนื่องจากมีอาการภุมิแพ้ สูตรที่ว่าก็ คือ “การผสมตัวยาหมอเส็งในแคปซูลกับน้ำอุ่น แล้วรับประทานพร้อมกัน”
แล้วการผสมตัวยาหมอเส็งในแคปซูลลงในน้ำอุ่นดีอย่างไร ? โดยส่วนตัวผมเองก็ยังไม่เคยลองเหมือนกัน แต่จากที่คุณลูกค้าเล่ามาบอกว่า ช่วยให้ยาหมอเส็งออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น แล้วช่วยให้เห็นผลชัดเจน
ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าดียังไง ? ถ้ามาทดสอบไปด้วยกันเลย ผมคิดว่าที่น่าเป็นห่วงคงเป็นเรื่องรสของยาที่อาจจะมีรสขม เดี๋ยวรู้กัน
ผมใช้ขมิ้นชันตราหมอเส็งชนิดแคปซูลเป็นตัวทดสอบครับ สำหรับยาหมอเส็งตัวอื่นๆถ้าใครอยากจะลองทำดูก็ได้ครับ
ขมิ้นชันหมอเส็งชนิดแคปซูล
pictureเปิดแคปซูลออก
ใส่ผงยาลงในน้ำอุ่น
คนผสมให้เข้ากัน
ทดลองดื่มด้วยตนเอง
หลังการทดลองดื่มดู ?

คาดว่าสิ่ง ที่หลายคนอยากรู้น่าจะเป็นเรื่องรสชาติ บอกได้เลยว่ารสชาติขมเล็กน้อยเหมือนยาแผนโบราณทั่วไป ขมน้อยกว่ายาเขียวตราใบห่ออีก (ถ้าใครเคยกินยาเขียวตราใบห่อ) ผมคิดว่าก็โอเคสำหรับหลายคนเลยหละ


ข่าวประชาสัมพันธ์
โรงงานยาหมอเส็ง GMP
โรงงานหมอเส็ง
รูปโรงงานใหม่ยังไม่มีนะค่ะ ขอลงรูปแทนไปก่อนค่ะ

‘หมอเส็ง’ทุ่มงบกว่า 100 ล.
ผุดรง.ใหม่สยายปีกรองรับธุรกิจ
    
“หมอ เส็ง” เตรียมสร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์เอาใจสมาชิก ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ ช็อกวงการขายตรงไทย ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ผุดโรงงานรองรับสินค้าตัวใหม่ สยายปีกธุรกิจ ติดอาวุธนักขาย หวังไต่ระดับขึ้นแท่นสู่บริษัทขายตรงแถวหน้าของเมืองไทย...จัดงาน วันเกียรติยศยิ่งใหญ่ สมาชิกแห่ทะลักล้นบริษัท...!!!
นาย ฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร ประธานกรรมการ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด หรือ “หมอเส็ง” เปิดเผย “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ในปี 2554 บริษัทฯ เตรียมแผนงานที่จะ ขยายธุรกิจ เพื่อรองรับกับบรรดาสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้น
ซึ่ง แผนงานใหม่นี้ ได้มีการเตรียมการไว้นานพอสมควร โดยจะเป็นทางบริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตสินค้าใหม่ เพื่อรองรับสินค้าตัวใหม่ที่จะออกสู่ตลาดในปีหน้า โดยจะเป็นสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้สมาชิกหาลูกค้าได้ง่ายขึ้น
สำหรับ โรงงานผลิตแห่งใหม่ ที่มีการจัดสร้างขึ้นมานี้ ถือเป็นโรงงานที่ได้มาตรฐาน และได้รับการยอมรับจาก GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยในวงการอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยา เครื่องสำอาง และ รวมถึงทางด้านอาหารด้วย
โดย หลักการของ GMP จึงครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ตั้งของสถานประกอบการ โครงสร้างอาคาร ระบบการผลิตที่ดีมีความปลอดภัย และมีคุณภาพได้มาตรฐานทุกขั้นตอน นับตั้งแต่เริ่มต้นวางแผนการผลิต ระบบควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบ ระหว่างการผลิต ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การจัดเก็บ การควบคุมคุณภาพ และ การขนส่งจนถึงผู้บริโภค มีระบบบันทึกข้อมูล ตรวจสอบและติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงระบบการจัดการที่ดีในเรื่องสุขอนามัย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายมีคุณภาพและความปลอดภัยเป็นที่มั่นใจเมื่อถึง มือผู้บริโภค และ GMP ยังเป็นระบบประกันคุณภาพพื้นฐานก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ระบบประกันคุณภาพอื่นๆ ต่อไป เช่น HACCP (Hazards Analysis and Critical Control Points) และ ISO 9000 อีกด้วย
“ปัจจุบันสมาชิกเราเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น เพราะบริษัท ตั้งมาจากคนโบราณ และผมค่อนข้างจะโบราณ
ยึด ถือความซื่อสัตย์ กตัญญู รู้บุญรู้คุณคนเป็นหลัก ทำให้สิ่งนี้ ถ่ายทอดไปถึงสมาชิก ขณะเดียวกัน สมาชิกก็ไม่ออกไปทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรม ผิดจรรยาบรรณ สิ่งเหล่านี้ จึงทำให้สมาชิกค่อนข้างจะเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น”
ด้าน นางนิภา แสงสุริยะฉัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดงาน “เวทีแห่งฝัน...วันเกียรติยศ Gold” ครั้งที่ 12 ขึ้น เพื่อเชิดชูเกียรติยศ ความสำเร็จของสมาชิกที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะจัดขึ้น 2 ครั้งต่อปี และงานในครั้งนี้ มีผู้ประสบความสำเร็จกว่า 500 ราย ที่ขึ้นรับเสื้อเกียรติยศที่ทางบริษัทฯ จัดให้กับบุคคลที่สำเร็จ
สำหรับ หลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่ประสบความสำเร็จ ขึ้นรับรางวัลในครั้งนี้ แต่ละชั้นจะมีรายได้ที่ต่างกัน จากหลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท และในครั้งนี้ บริษัทฯ มีโปรโมชั่นพิเศษที่จะตอบแทนผู้นำคือ การนำผู้ประสบความสำเร็จ บินลัดฟ้าไปท่องเที่ยวประเทศจีน ซึ่งถือเป็นการคืนกำไรให้กับผู้นำที่ทำงาน เพื่อบริษัทเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี
“ทุก คนที่เข้ามาในบริษัทฯ นี้ ล้วนมีโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ต้องหมั่นเรียนรู้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการยึดอาชีพนี้คือ การที่ได้เข้าเรียนรู้เรื่องแผนการตลาด และก็สัมผัสได้ถึงความมั่นคงของบริษัท ที่สำคัญคือการเข้าอบรมอย่างสม่ำเสมอ ทุกคอร์สที่บริษัทจัดขึ้นมา สิ่งเหล่านี้ ก็จะทำให้สมาชิกสามารถประสบความสำเร็จได้ในที่สุด”

หมอเส็ง ยาสตรีหลังคลอด นิภา
"คุณ นิภา แสงสุริยะฉัตร" ภรรยาคนสวยของหมอเส็ง
ยาสตรีหลังคลอดหมอเส็ง
ยาสตรีหลังคลอด หมอเส็ง 750 ml.
ปกติ ราคา 3,800 บาท
พิเศษ สั่งซื้อทางเว็บได้เพียงราคา 3,300 บาท!!!
ทางเลือกใหม่ คุณแม่หลังคลอด เพื่อรูปร่าง ผิวพรรณสวยงาม
คุณ แม่ที่ ไม่มีเวลาเข้าคอร์ดอยู่ไฟหลังคลอด  มีทางเลือกใหม่ให้เหล่าคุณแม่ฟื้อฟูร่างกายให้แข็งแรงอีกครั้งด้วยการรับ ประทานยาสตรีหลังคลอดบุตร...
ตั้งแต่ โบร่ำโบราณมา ผู้หญิงหลังคลอดบุตร   มักได้ รับคำแนะนำจากญาติผู้ใหญ่ให้ เข้าโปรแกรมอยู่ไฟหลังคลอด เพื่อช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนเพลียทรุดโทรม   ให้ฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และตามภูมิปัญญาคนไทยโบราณเชื่อว่า การอยู่ไฟหลังคลอดจะกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและช่วยปรับสมดุลร่างกาย

ต้องยอมรับค่ะว่า ข้อปฏิบัติต่างๆในการอยู่ไฟหลังคลอด ค่อนข้างจะซับซ้อนวุ่นวายมาก ไม่ว่าจะเป็น "การนั่งถ่าน" เพื่อให้แผลหลังคลอดแห้งและลดการอักเสบ "การทับอิฐ" เพื่อคลายอาการปวดเมื่อยและลดน้ำคาวปลา "การนอนแคร่" เพื่อขับเหงื่อและเลือดเสีย "การอบตัว" เพื่อขับเลือดและลดอาการปวด ตลอดจน "การอาบน้ำสมุนไพร" เพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรก และ "การประคบ" เพื่อคลายความปวดเมื่อย ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่กระแสนิยมการอยู่ไฟหลังคลอด จะลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย

อย่างไรก็ดี ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี่เอง การรับประทานยาแพทย์แผนปัจจุบัน จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ ช่วยคุณแม่หลังคลอดให้รับมือกับอาการหนาวสะท้านและภาวะขาดสมดุลของร่างกาย

ในฐานะเวิร์กกิ้งมัมยุคใหม่ "นิภา แสงสุริยะฉัตร" ภรรยาคนสวยของหมอเส็ง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย แบ่งปันประสบการณ์ในการปฏิบัติดูแลตนเองหลังคลอดบุตรว่า หลัง จากคลอดลูกชาย "น้องโป๊ยเซียน" มดลูกและเยื่อยึดเกาะมดลูกอยู่ในสภาพบวมน้ำมาก แต่โชคดีที่ได้สามีคอยประคบประหงมและให้คำแนะนำทุกอย่าง  ทำให้ ได้มีโอกาสเข้าโปรแกรมอยู่ไฟหลังคลอด   เลยช่วยให้ ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วมาก   ช่วยลดอาการบวมน้ำของมดลูกและเนื้อเยื่อเกาะมดลูก กระนั้น สำหรับผู้หญิงสมัยใหม่ทั่วไป ที่ไม่มีโอกาสได้อยู่ไฟหลังคลอดบุตร เพราะติดข้อจำกัดด้านเวลา  หน้าที่การงานและต้องเลี้ยงดูบุตรเอง "หมอเส็ง" มักจะแนะนำให้รับประทานยาสตรีหลังคลอดบุตร   ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายในท้องตลาด เพราะได้ประโยชน์และดีต่อสุขภาพเช่นกัน

ที่มา : ไทยรัฐ





ตกงาน ก็มาขายหมอเส็งซิ
ตกงานขาดรายได้อย่าสิ้นหวัง..มาขายยา หมอเส็ง กันเถอะ!!!
ข้อดี
1.ไม่ต้องรักษายอดขาย 2.จ่ายโบนัสตามความขยัน 1,000-20,000 บาท ต่อวันต่อรหัส!!! 3.ยิ่งขยันยิ่งได้รับมากรายได้อยู่ที่คุณกำหนด
4.ลง ทุนต่ำแต่ผลสำเร็จมีมูลค่าสูงอยู่ที่คุณกำหนดอีกเช่นกัน 5.ไม่ต้องไปอายว่าหลอกขายชาวบ้าน เพราะยาหมอเส็ง คือของจริง ที่รักษาผู้คนมากว่าหลักล้านคน และด้วยยอดขายที่ผ่านมาต่อปีไม่ต่ำกว่า พันล้าน เป็นเครื่องการันตรี ได้ดีกว่าสิ่งใดๆ
ข้อเสีย(ไม่ใช่เฉพาะกับหมอเส็ง แต่คิดว่าคงใช้ได้กับทุกธุรกิจ)
1.ไม่เหมาะกับผู้ที่ขาดความมุ่งมั่น ขยัน และอดทน 2.ไม่เหมาะกับผู้มีทัศนิคติแง่ลบ 3.ผู้ที่รอวาสนาโชคช่วยรอชาติหน้ารวย
" ไม่ต้องขายเก่ง ไม่จำเป็นต้องพูดมาก ขอให้มีความตั้งใจ และเข้าใจงาน ก็พอ จะทำเป็นทีมหรือเดี่ยวก็ได้ สนใจลองโทรมา 0098 5620 2222 8597 /
/ 5996 2888 คำพัด


หมอเส็ง มาตรฐานจีเอมพี
โรงงานหมอเส็ง " ฉัตรชัยแพทย์แผนโบราณ "
คว้าใบรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล GMP
กระทรวงสาธารณสุขหนุน อุตสาหกรรมยา สมุนไพรไทย ผสานภูมิปัญญาไทย และสากล ส่งเสริมการใช้สมุนไพรในโรงพยาบาลรัฐ จัดประชุมผู้ประกอบการ 4 ภาค เริ่มที่ 25 จังหวัดภาคกลาง โดยมุ่งพัฒนาสถานที่ผลิตให้ได้มาจรฐาน GMP ส่งเสริมให้ผู้ผลิตตื่นตัวในการพัฒนาตนเอง และเพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานยาสมุนไพร รวมถึงลดความเสี่ยง ต่อการใช้ยาด้อยคุณภาพ เผยโรงงาน " ฉัตรชัยแพทย์แผนโบราณ " คือ 1 ใน 16 โรงงานผลิตสมุนไพรคุณภาพที่กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรองในความเป็นมาตรฐาน ด้านการผลิต
เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม "โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมยาสมุนไพรภายใต้การบูรณาการของกรมพัฒนาการแพทย์แผน ไทยและการแพทย์ทางเลือกและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาปี 2552" ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมยาจากสมุนไพร พัฒนาสถานที่ผลิตยาให้มีคุณภาพที่หลายผสมผสานภูมิปัญญาไทยและสากล เน้นการพัฒนาศักยภาพเพื่อการพึ่งตนเองด้วยการส่งเสริมสมุนไพรการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก โดยมีเป้าหมายการใช้ยาสมุนไพรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5-10 ของมูลค่าการใช้ยาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ยาสมุนไพรที่ใช้ในบัญชียาหลักแห่งชาติปัจจุบันมี 30 รายการ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน บัวบก เจลพริก ยาจันทน์ลีลา ยาหอมเทพจิตร และยาหอมนวโกฐ เป็นต้น

 สิ่งที่ผู้บริโภคควรทราบ
:.ยาสมุนไพรที่ดี ต้องมีที่มา การผลิตที่ชัดเจน สะอาด ได้มาตรฐานและต้องไม่ผสมแอลกอฮอล์ และ เสตียร์รอยด์ มีมาตรฐานการยอมรับ


GMP
GMP (Good Manufacturing Practice) หรือ หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีสำหรับการผลิต เป็นการจัดการสภาวะแวดล้อมขั้นพื้นฐานของกระบวนการผลิต เช่น การควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล การควบคุมแมลงและสัตว์นำโรค การออกแบบโครงสร้างอาคารผลิต รวมถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น ซึ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข เป็นระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารขั้นพื้นฐาน (Food Safety Management System) คือ การจัดการเพื่อไม่ให้อาหารก่อผลกระทบทางลบต่อผู้บริโภค เมื่ออาหารนั้นถูกเตรียมหรือบริโภค ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารจะสมบูรณ์ เมื่อจัดทำระบบ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point) ซึ่งเป็นการจัดการด้านการควบคุมกระบวนการผลิต โดยจะทำการวิเคราะห์และประเมินอันตรายในขั้นตอนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่ตรวจรับวัตถุดิบ จนกระทั่งเป็นผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภค ว่าจุดใด หรือ ขั้นตอนใดมีความเสี่ยง ต้องควบคุม ถ้าปราศจากการควบคุมที่จุดนั้นจะทำให้ ผลิตภัณฑ์อาหารไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เรียกจุด หรือขั้นตอน นั้น ๆ ว่า จุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Critical Control Point; CCP) จากนั้นหามาตรการควบคุมจุดวิกฤต เพื่อให้อาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภค กล่าวได้ว่าGMP เป็นพื้นฐานที่สำคัญของ HACCP

ตราฮาลาล คือตราที่ติดบนสลากผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่ฮะลาล (อนุมัติ) สำหรับมุสลิมใช้บริโภค โดยจะมีคำว่า "ฮาลาล" เป็นภาษาอาหรับประทับอยู่
อาหารฮะลาล หรือฮาลาล คืออาหารที่ไม่มีสิ่งต้องห้ามเจือปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์นั้นจะต้องเป็นเนื้อฮะลาล และไม่เจือปนสิ่งฮะรอมเช่น เหล้า หรือไขมันหมู เป็นต้น เนื้อสัตว์ หรือ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ที่ฮะลาล จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสัตว์นั้นผ่านการเชือดที่ถูกต้องตามแนวทางอิสลามดังต่อ ไปนี้
1.ผู้เชือดเป็นมุสลิมที่เข้าใจ และรู้วิธีการเชือดแบบอิสลามอย่างแท้จริง
2.สัตว์ ที่จะนำมาเชือดจะต้องไม่เป็นสัตว์ต้องห้าม เช่น สุกร สัตว์ที่ล่าหรือบริโภคสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น เสือ สุนัข สัตว์ปีกที่ล่าหรือบริโภคสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น เหยี่ยว อินทรีย์ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู
3.สัตว์ยังมีชีวิตขณะทำการเชือด
4.การเชือดต้องเริ่มต้น ด้วยการเปล่งคำว่า "บิสมิลลาหฺ" อันมีความหมายว่า ด้วยพระนามของอัลลอหฺ
5.การเชือดโดยใช้มีดคมตัดเส้นเลือดใหญ่ หลอดลม หลอดอาหาร ที่ลำคอให้ขาดจากกัน เพื่อให้สัตว์ตายโดยไม่ทรมาน
6.สัตว์ต้องตายสนิทก่อนที่จะแล่เนื้อ หรือดำเนินการใด ๆ ต่อไป

การขึ้นทะเบียนยา
ยาแผนปัจจุบัน
- 1A 12/50 หมายถึง เป็นยาแผนปัจจุบันที่ในไทย ที่มีสารออกฤทธิ์ 1 ตัว

- 2B 13/50 หมายถึง เป็นยาแผนปัจจุบันที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ทำมาแบ่งบรรจุในไทย และที่มีสารออกฤทธ์ มากกว่า 1 ตัว

- 1C 37/50 หมายถึง เป็นยาแผนปัจจุบันที่นำเข้าจากต่างประเทศ

***หมายเหตุ ตัวเลขข้างหน้า 1 และ 2 คือบ่งบอกว่าสารออกฤทธิ์มีหนึ่งตัว หรือมากกว่า 1 ตัว

ยาแผนโบราณ

- G 15/50 หมายถึง ผลิตในไทย และบรรจุในไทย (ยาหมอเส็ง ขึ้นทะเบียนแบบนี้ส่วนมาก)

- K 20/50 หมายถึง นำเข้ามาจากต่างประเทศ และบรรจุที่ต่างประเทศ

อาหารเสริม

- จะมีเครื่องหมาย อย. และมีเลขทะเบียนอยู่ 13 หลัก และที่สำคัญจะทีคำเตือน อยู่ทุกผลิตภัณฑ์ "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน"


รอบรู้เรื่องสมุนไพร...
ในสมัยโบราณ ชาวจีนระดับชั้นสามัญชนนิยมใช้ยาสมุนไพรสดในการบัดบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ต่างๆ ส่วนยาตำรับหลวงจะนิยมใช้บำบัดโรคภัยไข้เจ็บเฉพาะในวังหลวง หรือในหมู่ขุนนางระดับสูงเท่านั้น อาจารย์ผู้ฝึกสอนศิลปะมวยจีนในอดีตเมื่อ 30-40 ปีก่อน ก็ยังนิยมใช้สมุนไพรสดในการบำบัดรักษา แต่ในปัจุจบัน นิยมหันมาใช้ยาสมุนไพรแห้งตำรับหลวงกันมาก อันเนื่องจากมีผลในการรักษาที่ค่อนข้างแน่นอนกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า และจัดหาได้ง่ายกว่าอีกด้วย เพราะสามารถจัดหาได้ตามร้านขายยาจีนทั่วไป ปัจจุบันร้านขายยาสมุนไพรจีนสดก็แทบจะไม่มีแล้ว หมอเส็ง ก็จัดว่าเป็นผู้หนึ่งที่โด่งดังด้วยการรักษาผู้คน ด้วยตำหรับสมุนไพรด้วยเช่นกัน แต่ตำหรับยาของท่านพิเศษมาก ตรงที่เป็นตำหรับยาที่ตกทอดมาแต่โบราณในสมัยตั้งแต่บรรพชนของท่านตั้งรกราก อยู่ที่เมืองจีน โดยที่ต้นตระกูลของท่านเป็นแพทย์หลวงในวังหลวงในสมัยราชวงศ์ฉิน แล้วสืบทอดมาต่อทายาททุกรุ่น ในแต่ละรุ่นจะต้องสืบทอดวิชาการทางแพทย์ต่อๆกันมาเลยค่ะ

สารานุกรมสมุนไพรประจำวันนี้ ขอแนะนำ








สรรพคุณ
ว่าน หางจรเข้ วุ้นหรือน้ำเมือกของว่านหางจระเข้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหารได้ดี เพราะวุ้นใบมีสรรพคุณรักษาแผลต่อต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยสมานแผลได้ด้วย และยังนำมาพัฒนารูปแบบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทั้งทางด้านยาและเครื่องสำ อางค์ แชมพูสระผม อีกด้วย

ธาตุทั้ง 5 สัมพันธ์กับสุขภาพภายใน
ธาตุทั้ง 5 ของร่างกาย คือ 'ดิน' หมายถึง กล้ามเนื้อ อวัยวะ กระดูก และเส้นเอ็น 'น้ำ' คือ เลือดและของเหลวในร่างกาย 'ลม' หมายถึง อากาศ ช่องว่างในร่างกาย และ 'ไฟ' คือ อุณหภูมิของร่างกาย รวมถึง 'ปราณ' ซึ่งหมายถึง พลังธรรมชาติ หรือคลื่นแม่เหล็ก
จาค็อบ บอกว่า การกินอาหารผิด การใช้ชีวิตผิด ทำให้ธาตุต่างๆ ในร่างกายไม่สมดุล เป็นเหตุของความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน มะเร็ง ความดันโลหิตสูง ภูมิแพ้ เป็นต้น
ศิลปะในการใช้ชีวิตแบบ ธรรมชาติบำบัด คือ การปรับสมดุลของธาตุทั้ง ๕ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ การกิน และแม้กระทั่งการหายใจ คนทั่วไปหายใจโดยใช้ปอดแค่ ๒๐% ของความสามารถทั้งหมดของปอด ดังนั้น สุขภาพของคนๆ นั้นก็ดีได้แค่ ๒๐% หากสามารถปรับการหายใจให้ได้อย่างน้อย ๗๐% ก็จะดียิ่งขึ้น กระนั้นอากาศที่หายใจเข้าไปก็มีคุณภาพแย่

"การ หายใจไม่เต็มที่สามารถ สร้างความอ่อนแอให้กับอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นปอด หัวใจ ระบบการย่อยอาหาร เมื่อเส้นเลือดไม่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ ทุกอย่างก็พลอยมีปัญหา เพราะเลือดนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย เมื่อระบบรวนก็นำมาทั้งหวัด ภูมิแพ้ หอบหืด" จาค็อบ บอกถึงวิธีเยียวยารักษาตัวเองที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด คือ การหายใจให้เป็น
จา ค็อบ ชี้ว่า วิถีชีวิตของคนเราในปัจจุบัน โดยเฉพาะในสังคมเมืองมักถูกเร้าให้เลือกสิ่งผิดๆ จะเห็นได้จากการคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยดื่มน้ำสะอาด แต่เลือกดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม แทนการดื่มน้ำจริงๆ อาหารที่รับประทานเข้าไปก็มักเป็นอาหารเชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทอด แป้งขัดขาวในขนมอบต่างๆ และโดยเฉพาะน้ำตาลฟอกขาว ที่นอกจากจะไม่ได้ให้สารอาหารที่สำคัญกับร่างกายแล้ว ยังดูดแคลเซียม ฟอสฟอรัส และไวตามินบี ไปจากร่างกายของเราด้วย

ปัจจุบันคน คุ้นเคยกับรสของน้ำตาล หวานๆ ไม่สามารถรับรสธรรมชาติของผัก ผลไม้ ได้อย่างแท้จริง ทำให้แทนที่เมื่อทานอาหารเข้าไปแล้วร่างกายจะได้ดูดซึม เพื่อเอาไปรักษาระบบเผาผลาญอาหารให้เหมาะสม เมื่อกินอาหารไม่ดีเข้าไป ร่างกายก็ต้องสูญเสียพลังงานต่อการย่อยและกำจัดสิ่งเหล่านั้นไป

"คน ส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่เพื่อ กิน เป็นงานหนักที่สุดแล้วที่พวกเขาทำ หรือไม่ก็นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ มีแต่นิ้วมือ ปาก และอวัยวะเพศเท่านั้นที่คนสมัยใหม่ใช้ แม้กระทั่งเวลาทำความสะอาดเท้าเขายังไม่ก้มตัวลงไปขัดเลย ไม่ออกกำลังกาย ไม่มีใครอยากเดิน ทุกคนพยายามจัดหาให้มีรถจากบ้านไปที่ทำงาน" จาค็อบพูดถึงวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุล และเป็นต้นเหตุของโรคคนเมืองนานาชนิด และสิ่งที่เหมาะสมกับคนเราที่สุดต้องไม่ห่างจากความเป็นธรรมชาติ
การ ดำรงชีวิตของมนุษย์นับแต่โบราณ พวกเขามีความเกื้อกูลและใกล้ชิดอยู่กับธรรมชาติ ยามเจ็บไข้ไม่สบายหนทางในการรักษาเขาใช้วิธีแบบธรรมชาติเป็นหลักผสมผสานกับ วิทยาการการรักษาโรคแบบดั้งเดิมที่ถือเป็นศาสตร์ทรงพลังอันเร้นลับ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงนำศาสตร์การรักษาแบบนี้มาใช้ควบคู่กันอยู่กับการแพทย์ แผนโบราณ
ศาสตร์แห่งพลังในการ “แมะ”เพื่อ ตรวจโรคเป็นวิชาที่กำเนิดจากประเทศจีนมานับพันๆ ปี หมอจีนแผนโบราณที่เชี่ยวชาญการรักษาโรคจะใช้เวลาในการสัมผัสชีพจรคนไข้เพียง ไม่กี่วินาทีก็จะรู้ได้ในทันทีว่า คนไข้ผู้นั้นเจ็บป่วยด้วยโรคอะไร ซึ่งเป็นการทำนายโรคได้ถูกต้องและแม่นยำ
กล่าวกันว่า “วิชาแมะ”นี้เป็นศาสตร์แห่งการใช้พลังจิตอีกแขนงหนึ่ง เพราะเหตุที่ต้องใช้ “สมาธิ”ระหว่างการสัมผัส เพราะฉะนั้น “หมอแมะ”จะ ต้องเป็นผู้ที่มีพลังจิตสูงพอจึงจะเป็นคนสัมผัสไวหรือมีความรู้สึกไวต่อการ สัมผัสชีพจรคนไข้ ขณะอยู่ในสภาวะที่สงบนิ่งหมอแมะจะรับรู้สภาพความเป็นไปของผู้ป่วยทาง “จิต”
ใน เมืองไทยเรามีหมอแมะพลังจิตที่รับรักษาและตรวจโรคด้วยวิธีแบบจีนผสานกับการ ใช้สมุนไพรธรรมชาติหลายคนแต่มีอยู่คนหนึ่งที่รับรักษาด้วยวิธีการนี้มากกว่า 40 ปี และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนหลายๆ วงการ จนได้รับการขนานนามว่า “หมอเส็ง...หมอเทวดา”
“หมอเส็ง”หรือคุณฉัตร แสงสุริยะฉัตร เดิมเป็นคนแปดริ้วแต่มาเติบโตตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพฯ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 8 คน “หมอเส็ง”เป็นเพียงคนเดียวที่สืบทอดศาสตร์ในการรักษาโรคโดยแพทย์แผนโบราณมา จากคุณพ่อ
“คุณ พ่อผมมาจากเมืองจีน มณฑลกวางตุ้ง ตระกูลของคุณพ่อผมเป็นตระกูลแผนโบราณสืบทอดกันมานับร้อยๆ ปีก็ว่าได้สมัยพ่อผมท่านก็เปิดร้านขายยาสมุนไพรไทยมากขึ้น ผมเองก็เรียนรู้ด้วยการคลุกคลีกับท่านมาตั้งแต่เด็ก คอยเป็นลูกมือคุณพ่อ เขาใช้ให้ทำอะไรก็ทำ จะผสมยา หั่นยา กวาดยา หรือเก็บยายังไงก็ต้องทำ แล้วยาแต่ละตัวออกฤทธิ์ยังไง รสฝาดหรือขม อันนี้ก็ต้องรู้”
“หมอ เส็ง”เริ่ม ต้นการเป็นแพทย์แผนโบราณเมื่ออายุ 18 ปี กระทั่งปัจจุบันผ่านมาถึง 45 ปีแล้ว หมอเส็งได้เล่าถึงประสบการณ์ในการรักษาคนไข้ในสมัยแรกเริ่มว่า
“สมัย แรกที่เริ่มปรึกษาผมก็รักษาโรคพื้นๆ ก่อนพวกปวดหัวตัวร้อน ปวดข้อ ปวดกระดูก ใจสั่น เป็นลม คนสมัยก่อนไม่ค่อยเป็นอะไรเพราะเขากินธรรมชาติ กินยาสมุนไพร และสมัยที่ผมอายุ 20 ย้อนหลังไป 40 กว่าปี คนสมัยนั้นไม่มีนะที่จะเป็นอะไรเพราะเขากินธรรมชาติ กินยาสมุนไพร และสมัยที่ผมอายุ 20 ย้อนหลังไป 40 กว่าปี คนสมัยนั้นไม่มีนะที่จะเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็งสมัยก่อนก็ไม่ค่อยเห็น ตามร้านขายยาสมุนไพรสมัยนั้นมียาอยู่กี่ตัวกันมีแค่ยาเขียว ยาหมอ ยาแก้ไข้ ยามหาจักร ยากุมารอ้วนพี มีขายยาไม่กี่สิบตัว และสมุนไพรก็ใช้ที่เก็บจากป่า เดี๋ยวนี้ป่าหมดไปเยอะทำให้สมุนไพรไทยหายไป แต่ก่อนป่ามีทั่วไปในเมืองไทย มีป่าที่ไหนมีสมุนไพรที่นั่น ตามท้องนาใกล้บ้านก็มีสมุนไพรอยู่ สมัยก่อนคนที่ขายสมุนไพร เขาจะมีเรื่อไปเก็บสมุนไพรทางภาคเหนือและภาคใต้หรือมีเรือไปรับซื้อ บางครั้งก็มีชาวบ้านเอาลงเรือ ลงรถไฟมาขายให้ก็มี และวิธีรักษาของผมในยุคนั้นก็ใช้แพทย์แผนไทยผสมจีน มีการแมะ จับชีพจร”
“การแมะ” หรือการตรวจจับชีพจรเป็นอย่างไร หมอเส็งได้อธิบายให้ฟังว่า
“การ แมะนั้นจะเกี่ยวข้องกับการมี สมาธิ คนตรวจจะต้องมีสมาธิพอสมควร ถ้าคนที่แมะเก่งๆ หากตรวจหัวใจคนไข้บางทีต้องควบคุมการเต้นของหัวใจตัวเองกับคนไข้ว่ามีจังหวะ เดียวกันมั้ย เพราะฉะนั้นการฝึกสมาธิต้องมีบ้าง มาถึงจะไปจับส่งเดชไม่ได้นะครับ แล้วการจับชีพจรนี่ก็จับตรวจโรคได้บางอย่าง บางอย่างก็ตรวจไม่พบ ไม่ใช่ว่าจับชีพจรแล้วจะตรวจพบหมดนะครับ การตรวจจากชีพจรเนี่ยมันบอกถึงการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของเลือด ความร้อนความเย็นในร่างกายมันจะบอกได้จากชีพจรทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นรหัสการเต้นของชีพจรก็คือรหัสของโรค เราต้องอ่านรหัสแปลเป็นโรค วิธีการจับก็อยู่ในบริเวณข้อมือซึ่งจะมีชีพจรอยู่ ซึ่งถ้าชำนาญจับเดี๋ยวเดียวก็รู้”
ความ เชี่ยวชาญในการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนโบราณทั้งไทยและจีนของหมอเส็งเป็นที่ รู้จักกันมานาน หลายๆ คนเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแต่พอมาหาหมอเส็งโรคนั้นกลับหายสนิทจนเป็น ที่มาขอการขนานนามหมอเส็งว่า “หมอเทวดา”
“(หัวเราะ) อย่าไปพูดอย่างนั้นเลยคือผมเป็นคนที่ถือหลักธรรมชาติเป็นหลักในชีวิต กับที่มาของชื่อนี้ก็คือเมื่อสมัยก่อนผมไปรักษาพระผู้ใหญ่องค์หนึ่ง พอดีท่านป่วยหนักด้วยโรคหัวใจ ลูกศิษย์ท่านก็เชิญผมไปรักษาที่วัดป่าบ้านตาด ผมก็ตรวจและจัดยาถวายท่านจนหาย และท่านก็เรียกผมว่า...โยมหมอเทวดา”(หลวงพ่อที่หมอเส็งกล่าวถึงนั้นก็คือ หลวงตามหาบัวนั่นเอง)
ระยะเวลาในการรักษาแต่ละโรคนานมั้ยคะ
“ส่วน มากที่นี่เราจะรับประกันได้ว่าจ่ายยาปุ๊บต้องได้ผล ผมจะจ่ายยาให้คนไข้ครั้งละ 10 วันถ้า 10 วันไปแล้วไม่ดีขึ้นคุณกลับมาเราจะเปลี่ยนยาให้โดยไม่เสียเงินเลยและถ้า เปลี่ยนแล้วยังไม่ได้ผลคุณเอาเงินคืนไปผมไม่รักษาต่อ คือการเป็นหมอเนี่ยเราจะรักษาโรคทุกอย่างไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามาแล้วเราจะรับรักษาหมดเราต้องรู้ว่าความสามารถเราอยู่ตรงไหน อย่างผมถนัดทางโรคหัวใจ ปอด ตับ ไต สมอง โรคภูมิแพ้ในเด็ก โรคของผู้หญิงเกี่ยวกับมดลูกอันนี้รับประกันว่าได้ผลแน่นอนเรารักษาได้ อย่างโรคหัวใจเรารับรักษาโดยใช้สมุนไพรหลายตัว ถ้าใครพูดว่ารักษาโรคหัวใจได้โดยใช้สมุนไพรตัวนั้นตัวนี้เพียงตัวเดียวรักษา ไม่ได้ผลหรอก สมุนไพรแต่ละตัวมีฤทธิ์จริงแต่ก็ต้องอาศัยสมุนไพรตัวนั้นตัวนี้เพียงตัว เดียวรักษาไม่ได้ผลหรอก สมุนไพรรักษาหัวใจก็มีพวกจันทน์ขาว จันทน์หอม เทียนทั้ง 5 ว่านน้ำฯลฯ มีเป็นตำรับเอามาต้มหรือบดเป็นผงกินก็ได้ซึ่งแต่ละคนจะมีวิธีใช้ไม่เหมือน กันเราต้องดูคนไข้ด้วย”
เคยใช้ “พลังจิต” มารักษาควบคู่กับสมุนไพรธรรมชาติมั้ยคะ ?
“ถาม ว่าเคยมั้ย เอาเป็นว่าถ้าใครที่มีพลังจิตอ่อนแอผมรักษาได้ ในเมื่อจิตเป็นพลังงาน เราก็เริ่มพลังงานให้เขาจนจิตแข็งแรง แล้วเขาก็จะต่อสู้เอง เขาจะเลิกกลัว เลิกวิตกกังวล คนเราชอบคิดว่าพลังจิตเป็นของพิสดาร ความจริงไม่ใช่ของพิสดารหรอกทุกคนก็มีจิตเป็นต้นกำเนิดของกำลังงานถ้าจิต เสียคือตื่นเต้นง่าย เครียด ห่อเหี่ยว ขี้กลัว ไม่มั่นใจในตัวเองก็จะทำให้กำลังเราลดลงไปทันทีเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย หรือถ้าจิตอ่อนเวลาไปงานศพกลับมาก็มักจะไม่สบาย ตรงนี้มันสื่อถึงกันได้รับสิ่งไม่ดีกลับมาได้ง่าย”
สมัยนี้มีโรคแปลกๆ เกิดขึ้นมาเยอะจะมีวิธีอะไรที่จะป้องกันโรคได้คะ?
“มัน ยาก ทำยาก เพราะปัจจุบันนี้ทุกอย่างมันก้าวหน้าเกิดไป สารเคมีเยอะไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ ใช้เคมีตลอด ข้าวก็มีเคมีหรือแม้แต่สัตว์อย่างไก่ สมัยก่อนต้องเลี้ยงถึง 6 เดือน ถึงจะได้กินแต่เดี๋ยวนี้เลี้ยง 45 วันก็ได้กินแล้ว โรคแปลกๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้หลายโรคแพทย์แผนปัจจุบันยังหาวิธีรักษาไม่ได้เป็นเพราะ สิ่งแปลกปลอมในบรรยากาศคือมลพิษทางอากาศ สารเคมีจากพืช ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ มีอยู่ทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นโรคก็คือคุณต้องรักษาร่างกายของ คุณให้สะอาด อย่าให้มีสารพิษคั่งค้างในตัว ซึ่งที่สถานพยาบาลของผมก็มียาที่กินเพื่อไม่ให้สารพิษคั่งค้างในตัว ยาตัวนี้มันจะดูดซึมสารพิษและระบายออกมานิดหน่อย”
ท้ายสุดหมอเส็งได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรไว้ว่า
“สมุนไพร ไทยเนี่ยยอดเยี่ยมมาก อย่างว่านชักมดลูกเนี่ยก็คือสมุนไพรตัวหนึ่งเชื่อมั้ยว่าสามารถสร้างผู้หญิง ที่ไม่มีหน้าอกให้มีหน้าอกได้ หรือคนที่เสื่อมสภาพทางเพศพอกินตัวนี้อารมณ์ก็จะปรกติ มีข้อดีหลายอย่างเพียงแต่ว่าต้องผสมให้ถูกหลัก และขอบอกอย่างหนึ่งว่า การใช้ตัวยาสมุนไพรเนี่ยเช่นฟ้าทะลายโจรที่แก้ร้อนใน แก้ไข้หวัด เราจะอาศัยฟ้าทะลายโจรตัวเดียวรักษาทุกโรคไม่ได้มันต้องมียาตัวอื่นแทรกเข้า ไปด้วยจึงจะออกฤทธิ์ได้ดี และใครบอกว่ายาสมุนไพรหายช้ายาแผนปัจจุบันหายเร็ว...ไม่จริงหรอกยาที่ถูกโรค เท่านั้นที่จะทำให้หายเร็ว เพราะฉะนั้นชีวิตผู้เจ็บป่วยทุกคนมีหวังนะครับ”


วิธีตรวจ แบบโบราณ "การแมะ"
การแมะ อยู่คู่กับการแพทย์แผนจีนมายาวนาน ในยุคสมัยที่มนุษย์ยังไม่มี เครื่องมือที่ทันสมัย มนุษย์จึงต้องเรียนรู้ ที่จะสังเกตสังกาธรรมชาติ ว่าในยามที่ร่างกายผิดปกติ จะมีอาการใดสำแดงออกมาให้เห็นหรือสัมผัสได้บ้าง การสูบฉีดโลหิต คือรหัสลับสำคัญ ชาวจีนจึงสั่งสมความรู้มาอย่างยาวนานนับพันปี กลายเป็นศาสตร์การวินิจฉัยโรค ที่น่ามหัศจรรย์นี้
การแมะ คือการตรวจจับชีพจร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนการวินิจฉัยโรคของแพทย์แผนจีน โดยการใช้นิ้วทั้ง 3 นิ้วของแพทย์ แตะสัมผัสชีพจรของผู้ป่วยบริเวณข้อมือซ้ายและขวาข้างละ 3 ตำแหน่ง รวมทั้งสองข้าง หกตำแหน่ง เพื่อให้ทราบถึงสภาวะของร่างกายที่ตอบสนองต่อโรคภัยไข้เจ็บในขณะนั้น
การ แพทย์แผนจีนเรียกขั้นตอน การวินิจฉัยโรคพื้นฐานว่า “เปี้ยนเจิง” มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน การแมะ หรือการตรวจจับชีพจรนั้น ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการวินิจฉัยโรค ซึ่งกว่าจะถึงขั้นตอนของการแมะ ยังมีอีก 3 ขั้นตอนที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่มักถูกละเลยไม่ได้รับการกล่าวถึง
ขั้นตอนที่ 1 คือการมองสำรวจ ตรวจดูสีหน้า แววชีวิต ลักษณะอาการ ดูว่าสีหน้าซีด คล้ำ หรือมีประกายสดใส เลือดฝาดสมบูรณ์ หรือไม่ บริเวณอวัยวะต่างๆ สีผิวเป็นอย่างไร เช่น ถ้าบริเวณส่วนหูดำคล้ำส่วนใหญ่มักเป็นโรคไต ถ้ารูปร่างผอมผิวแห้งคล้ำมักเป็นโรคปอด หรือถ้าบริเวณเยื่อตาเหลืองหรือแดงมักเป็นโรคเกี่ยวกับตับ เป็นต้น อีกประการหนึ่งคือ การวิเคราะห์ลิ้นซึ่งสำคัญมากต้องดูทั้งตัวลิ้น สีสัน คราบเมือกบนลิ้น ซึ่งจะบอกถึงสภาวะภายใน ของร่างกายได้เป็นอย่างดี
ขั้นตอนที่ 2 การฟังและการสัมผัสกลิ่น ถ้าเสียงพูดของคนไข้เบา ช้า และเหนื่อย แสดงถึงพลังชี่หรือพลังลมปราณที่อ่อนแอ การพูดเสียงดังฟังชัด การโต้ตอบชัดเจนรวดเร็ว แสดงถึงพลังชี่ที่สมบูรณ์แข็งแรง นอกจากนี้เสียงไอ เสียงกรน เสียงเรอ เสียงดังในท้อง กลิ่นตัว กลิ่นลมหายใจ กลิ่นปาก เหล่านี้ล้วนเป็นอาการที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคได้ทั้งสิ้น
ขั้นตอนที่ 3 การถาม นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก การถามที่ละเอียดและแยกแยะตรงประเด็น จะทำให้ทราบข้อมูล การเจ็บป่วยถึง 60-70 % ช่วยให้การวิเคราะห์โรคได้ผลมากยิ่งขึ้น เช่น ถามอาการเจ็บป่วย เหงื่อ การขับถ่าย อาการปวดหัว เสมหะเหนียวข้นหรือใส หายใจหอบเหนื่อยหรือไม่ ลักษณะการมีรอบเดือน ประวัติการเจ็บป่วย ของคนในบ้าน เป็นต้น
และขั้นตอนสุดท้ายคือ การแมะ โดยแพทย์จะใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางของแพทย์ วางลงบนตำแหน่งชีพจร ของคนไข้บริเวณข้อมือฝั่งหัวแม่โป้ง สำหรับข้อมือซ้ายของคนไข้ ตำแหน่งที่นิ้วชี้ของแพทย์สัมผัสข้อมือคนไข้เรียกว่า “ฉุ่ง” เป็นตำแหน่งที่ใช้ตรวจลักษณะอาการของหัวใจและลำไส้เล็ก ตำแหน่งนิ้วกลางของแพทย์เรียกว่า “กวง” ใช้ตรวจลักษณะอาการของตับและดี และตำแหน่งสุดท้ายเป็นตำแหน่งที่นิ้วนาง ของแพทย์สัมผัสกับข้อมือ ของคนไข้ เรียกว่าตำแหน่ง “เฉียะ” ใช้ตรวจลักษณะอาการของไตและกระเพาะปัสสาวะ
 





รู้ทันสุขภาพ ผู้บริโภคควรรู้ สรรพเพเหระ เรื่องราวที่น่าสนใจ
มะเร็ง การทำงานของอวัยวะต่างๆ
สะเก็ดเงิน มะเร็งปากมดลูก
ภูมิแพ้ คนกินเป็น
หอบหืด กิจกรรมต่างๆ ภายในบริษัท ดื่มเหล้าแล้วสมองฝ่อ
ไซนัส เหตุใดเต้านมจึงเปลี่ยนแปลง
ฝ้า สัญญาณเตือนประจำเดือน
โรคพุ่มพวง SLE อาหารกระตุ้นเซ็กซ์ได้หรือไม่
ไซนัสอักเสบ วิธีเลือกซื้อเพชรอย่างฉลาด
ข้อเสื่อม โรคทางกายและใจจากมือถือ
วัยทอง
ส่วนใดของหนุ่มๆชนะใจสาวๆ
กระดูกทับเส้น
หลับใน อันตรายบนท้องถนน
มดลูกต่ำ
สร้างความเชื่อใหม่ของการกิน
ตกขาว
โรคมะเร็งผิวหนัง
ความดัน
รู้จักถุงยางดีพอหรือยัง
เบาหวาน
เคล็ดลับเรียนภาษาให้ได้ผล
ต่อมลูกหมากโต
กระโดดๆๆ
โรคตับ
กล่อมลูกนอนทำเด็กหงอ
โรคหัวใจ
แก้เครียดในออฟฟิต
กลิ่นตัว กลิ่นปาก กลิ่นเท้า
แก้บั้นท้ายหย่อนยาน
อัลไซเมอร์
ความลับของปุ่ม windows
พากินสัน
คำพูดง่ายกว่าการกระทำ
อัมพฤกษ์ อัมพาต
จับสังเกตคนเป็นโรคซึมเศร้า
ริดสีดวงทวาร
ช๊อปมาก ระวัง
มีบุตรยาก
ชีวิตหลังเป็นโสดอีกครั้ง
โรคเกร็ดเลือดต่ำ (ไอทีพี)
เตรียมพร้อมเรื่องเงิน
โรคเกาต์


รูมาตอยด์


โลหิตจาง


ปวดประจำเดือน


โรคกระเพาะอาหาร


โรคไต


โรคอ้วน


โรคกรดไหลย้อน


โรคเอดส์


  ยาสมุนไพรสูตรพิเศษ เห็นผลในระยะอันสั้น !!!
หมอเส็ง ยาบำรุงร่างกาย
หมอเส็ง ย่บำรุงร่างกายกล่องแดง
หมอเส็ง ยาน้ำกระชายดำ
หมอเส็ง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพลูคาวผสมเห็ดหลินจือ
ยาบำรุงร่างกาย เบอร์2
ยาบำรุงร่างกาย กล่องแดง
ยาน้ำกระชายดำ สูตร2
พลูคาวผสมเห็ดหลินจือ
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
บำรุงร่างกาย
บำรุงร่างกาย
บำรุงร่างกาย
บำรุงผิวพรรณ
2500 สมาชิก 2250 ( บาท )
4500 สมาชิก 3800 ( บาท )
2000 สมาชิก 1850 ( บาท )
1700 สมาชิก 1350 ( บาท )
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : 100 บาท




หมอเส็ง ว่านชักมดลูกสูตร2
หมอเส็ง ว่านชักมดลูกสูตร1
หมอเส็ง ยาสตีรเบอร์2
หมอเส็ง ว่านชักมดลูกสูตร2 ชนิดเม็ด
ว่านชักมดลูกสูตร2
ว่านชักมดลูกสูตร1
ยาสตรีเบอร์2
ว่านชักมดลูกเบอร์2
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
บำรุงโลหิต แทนการอยู่ไฟ
บำรุงโลหิต ขับน้ำคาวปลา
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
2500 สมาชิก 2250 ( บาท )
3200 สมาชิก 2800 ( บาท )
2500 สมาชิก 1950 ( บาท )
1500 สมาชิก 1200 ( บาท )
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : 100 บาท
ค่าส่ง :50 บาท




หมอเส็ง ยาบรรเทาริดสีดวงทวาร
หมอเส็ง ว่านชักมดลูกสมุนไพรหน้าขาว
หมอเส็ง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมขมิ้นชัน
หมอเส็ง ยาสมุนไพรเผาผลาญไขมัน
ยาบำรุงร่างกาย(เสริมธาตุไฟ)
ยาสมุนไพรขมิ้นชัน
ว่านชักดลูก เบอร์222
ยาบรรเทาริดสีดวงทวาร
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
เผาผลาญไขมัน
ขจัดสารพิษ
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
บรรเทาอาการริดสีดวง
2000 สมาชิก 1800 ( บาท )
2000 สมาชิก 1800 ( บาท )
2200 สมาชิก 2000 ( บาท )
1200 สมาชิก 1020 ( บาท )
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : 50 บาท




ยาสมุนไพรสูตรทดแทน แม้จะเห็นผลช้ากว่า แต่ก็บรรเทาอาการได้เช่นกัน !!!

หมอเส็ง มุกทอง
ยาบำรุงร่างกาย 999
ว่านชักมดลูก111
ยาสมุนไพรขมิ้นชัน
ยาน้ำกระชายดำ สูตร3
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
บำรุงร่างกาย
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
ท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด
บำรุงร่างกาย
800 สมาชิก 560 ( บาท )
800 สมาชิก 560 ( บาท )
800 สมาชิก 580 ( บาท )
800 สมาชิก 560 ( บาท )
ค่าส่ง : 150 บาท EMS
ค่าส่ง : 150 บาท EMS
ค่าส่ง : 150 บาท EMS
ค่าส่ง : 150 บาท EMS




ยาบำรุงโลหิต
ยาหอมน้ำแก้ลม
อาหารเสริมรสแย่
มุกทอง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
บรรเทาอาการปวดเมื่อย
แก้ลมวิงเวียน
บำรุงร่างกาย
แก้ปัญหากระ ฝ้า ลดริ้วรอย
920 สมาชิก 660 ( บาท )
640 สมาชิก 520 ( บาท )
1900 สมาชิก 1700 ( บาท )
1600 สมาชิก 950 ( บาท )
ค่าส่ง : 150 บาท EMS
ค่าส่ง : 150 บาท EMS
ค่าส่ง : 150 บาท EMS
ค่าส่ง : 50 บาท




กาแฟผสมสมุนไพร
กาแฟผสมสมุนไพร ชนิดซอง
ยาบำรุงร่างกาย เบอร์2
ว่านชักมดลูกสูตร2
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
เพื่อสุขภาพ ทำให้สดชื่น
เพื่อสุขภาพและความงาม
บำรุงร่างกาย
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
600 สมาชิก 500 ( บาท )
650 สมาชิก 550 ( บาท )
700 สมาชิก 650 ( บาท )
700 สมาชิก 650 ( บาท )
ค่าส่ง : 150 บาท EMS
ค่าส่ง : 150 บาท EMS
ค่าส่ง : 100 บาท
ค่าส่ง : 100 บาท




ยาบำรุงร่างกาย234 ตราหมอเส็ง ชนิดแคปซูล
สบู่หมอเส็ง สบู่พลูคาวหมอเส็ง
สบู่หมอเส็ง สบู่ขมิ้นชันหมอเส็ง
กระเช้าปีใหม่ กระเช้ายา กระเช้าหมอเส็ง
ยาบำรุงร่างกาย 234
สบู่พลูคาว
สบู่ขมิ้นชัน
ยาสตรีหลังคลอด
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
ตราหมอเส็ง
บำรุงร่างกาย
ทำความสะอาดร่างกาย
ทำความสะอาดร่างกาย
เหมาะกับการอยู่ไฟหลังคลอด
2600 สมาชิก 2350 (บาท)
ก้อนละ100 บาท
ก้อนละ100 บาท
3700 สมาชิก 3300 บาท
ค่าส่ง : ฟรี
ค่าส่ง : 50
ค่าส่ง : 50
ค่าส่ง : ฟรี




























* ยาขวดเล็ก มีขนาดบรรจุ 100 ซี.ซี. ชุดละ 20 ขวด , ** กาแฟกระป๋อง ชุดละ 24 กระป๋อง , *** กาแฟชนิดซอง ชุดละ 25 ซอง
:.มาตรฐานรับรองคุณภาพ

 TEL 85620 2222 8597
Mr KhamPhat SIMMAVONG Delivery in Laos
www.morsenglao.blogspot.com

โรคภูมิแพ้, รักษาโรคภูมิแพ้ ,อาการโรคภูมิแพ้,


โรคภูมิแพ้ รักษาโรคภูมิแพ้ อาการโรคภูมิแพ้

www.morsenglao.blogspot.com
โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ กับฝุ่นที่ทำงานและห้องนอน (เดลินิวส์)

          โรคภูมิแพ้ เป็นโรคหนึ่งที่พบบ่อย ในที่นี้หมายถึงภูมิแพ้จากฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศเรามองไม่เห็น ทำให้เกิดอาการแพ้ คันจมูก น้ำมูกไหล เป็นไม่มากแต่เรื้อรังก่อความรำคาญให้ไม่สะดวกในการทำงาน สาเหตุป่วยเป็น โรคภูมิแพ้ ก็รู้ๆ อยู่แต่ไม่สามารถแก้ไขให้หายขาดได้ เพราะฝุ่นมีอยู่ทั่วไป ทำให้เป็นโรคเรื้อรังประจำตัวกันมาก

          โรคภูมิแพ้ เรื่องแพ้ฝุ่นละอองบางคนโชคดีไม่แพ้ ผู้ที่แพ้จะมีอาการมากน้อยต่างกัน ตั้งแต่คันจมูก คันตา น้ำมูกใส จามบ่อย แน่นจมูก เจ็บคอ ไปจนถึงอาการมากแน่นหอบหายใจไม่ค่อยออกแบบหอบหืด จะเห็นมาโรงพยาบาลกันบ่อยตอนเช้ามืด มาสูดดมออกซิเจน กันสักพัก พอค่อยดีขึ้นจึงค่อยกลับไป

          สาร ทำให้เป็น โรคภูมิแพ้ ที่พบบ่อยมี ฝุ่น นุ่น ละอองเกสรพืช ไรฝุ่น ขนสัตว์จากสุนัขและแมวไปจนถึงเชื้อราในอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิของอากาศเป็นตัวช่วย บางครั้งอากาศหนาวเย็นจะมีอาการแพ้ง่ายขึ้น ภาวะมลพิษ บางคนอยู่ในบ้านหรือในตัวเมืองแพ้ พอออกไปอยู่ริมทะเลได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย หรืออยู่บนที่สูงภาวะมลพิษน้อย อาการอาจทุเลาลงหรือหายไป รู้สึก สดชื่นสบายขึ้น หรือบางท่านว่าอาจเกิดจากพันธุกรรมได้ถึง 75%

          โรคภูมิแพ้ ระบบทางเดินหายใจได้แก่ หืด จมูกอักเสบ คาดว่ามีถึง 18 ล้านคน แพ้จากไรฝุ่นราว 30% ในฝุ่น จะมีตัวไรฝุ่นแฝงอยู่ เรามองไม่เห็น ชอบอากาศชื้น ในบ้านเรือนจะเกาะอยู่ทั่วไปและ บนโต๊ะทำงาน บนหนังสือที่วางอยู่ข้างหน้าเรา 

          นอก จากนี้ยังอยู่ทั่วไปในบ้าน ห้องนอน ได้แก่ ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม พรมปูพื้น ผ้าม่าน ตุ๊กตา และเครื่องเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งวัตถุสะสมต่าง ๆ ชอบอุณหภูมิราว 25 องศา ความชื้น 70-80 หน่วย ออกไข่มาก ขยายพันธุ์รวดเร็ว ทั้งตัวและมูลมีโปรตีนก่อภูมิแพ้สูง เรียงลำดับแพ้จากมากไปน้อย คือมูล ตัวแก่ ตัวอ่อน และไข่

          การหลีกเลี่ยงไรฝุ่น จะทำให้อาการแพ้ลดลง โดยปกติถ้ามีไรฝุ่นมากกว่า 2 ไมโครกรัมต่อฝุ่น 1 กรัม จะทำให้เกิดการแพ้ ถ้ามากถึง 10 ไมโครกรัม จะทำให้จับหอบหืดเฉียบพลันได้ การป้องกัน ทั้งๆ ที่รู้แต่การป้องกันยาก จะไปทางไหนก็มีแต่ฝุ่นทั้งนั้น ดีที่สุด ก็คือ การทำความสะอาด เอาวัตถุที่ไม่จำเป็นออกจากห้องทำงานและห้องนอนให้มากที่สุด ปัดกวาด เอาผ้าคลุมไว้ ซักผ้าคลุม ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน มุ้ง บ่อยหน่อย หรือไม่ก็เอาไปตากแดด คงพอช่วยผ่อนคลายได้

          นอกจากนี้ ดอกไม้ วัชพืช ล้วนมีละออง ขนของสัตว์เลี้ยง ได้แก่ สุนัข แมว ก็เช่นกัน อาจทำให้แพ้ได้

          โรคภูมิแพ้ เป็นเรื่องที่ต้องหาสาเหตุว่ามาจากอะไร ภูมิแพ้จากทางเดินหายใจถ้ารู้ว่ามาจากฝุ่นละออง ที่ทำงานและที่นอนเป็นที่ที่เราสัมผัสมากที่สุดในชีวิตประจำวันหากได้มีการ ปรับปรุงแก้ไขคงจะช่วยให้ทุเลาลงได้
ภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ หรือโรคแพ้ (Allergy) หมายถึง โรคที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาการไวผิดปกติต่อสิ่งซึ่งสามารถก่อให้เกิดภูมิแพ้ ( Allergen )
ซึ่งธรรมชาติสารเหล่านี้อาจไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้กับคนปกติทั่วไป

โรคภูมิแพ้เกิดได้ทุกเพศทุกวัย เด็กอายุ 5 ถึง 15 ปี มักพบว่าเป็นบ่อยกว่าช่วงอายุอื่น ๆ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่โรคแสดงออกหลังจากได้รับ
“สิ่งกระตุ้น” มานานเพียงพอ อย่างไรก็บางคนอาจเริ่มเป็นโรคภูมิแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ได้

โรคภูมิแพ้นั้นมิใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากรุ่นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณพ่อคุณแม่ มาสู่ลูกหลานได้
อาจพบว่าในครอบครัวนั้นมีสมาชิกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หลายคน

ตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เรียกกว่า สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) หรือ สิ่งกระตุ้น ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร
การสัมผัสทางผิวหนัง ทางตา ทางหู ทางจมูก หรือโดยการฉีดหรือถูกกัดต่อยผ่านผิวหนัง ตัวการที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มีอยู่รอบตัว
สามารถกระตุ้นอวัยวะต่าง ๆ จนก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ เช่น

ทางลมหายใจ
ถ้าสิ่งกระตุ้นผ่านเข้ามาทางลมหายใจ ตั้งแต่รูจมูกลงไปยังปอด ก็จะทำให้เป็นหวัด คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คันคอ เจ็บคอ ไอ มีเสมหะ
เสียงแหบแห้ง และลงไปยังหลอดลม ทำให้หลอดลมตีบตัน เป็นหอบหืด

ทางผิวหนัง
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางผิวหนัง จะทำให้เกิดผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย

ทางอาหาร
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางอาหาร จะทำให้ท้องเสีย อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด เสียไข่ขาวในเลือด อาจทำให้เกิดอาการทางระบบอื่น ๆ ได้
เช่น ลมพิษ หน้าตาบวม

ทางตา
ถ้าสิ่งกระตุ้นเข้ามาทางตา จะทำให้เกิดอาการแสบตา คันตา หนังตาบวม น้ำตาไหล

สารก่อภูมิแพ้ที่พบทั่ว ๆ ไป
สารก่อภูมิแพ้ซึ่งเป็น “ตัวการ” ของโรคภูมิแพ้ ที่มักพบบ่อย ๆ ได้แก่

ฝุ่นบ้าน ตัวไรฝุ่นบ้าน

มักปะปนอยู่ในฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 มม. มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

เชื้อรา
มักปะปนอยู่ในบรรยากาศ ตามห้องที่มีลักษณะอับชื้น

อาหารบางประเภท

อาหารบางอย่างจะเป็นตัวการของโรคภูมิแพ้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวก อาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา อาหารอีกจำพวก
ที่พบได้บ่อย คือ แมงดาทะเล ปลาหมึก อาจทำให้เกิดลมพิษผื่นคันได้บ่อย ๆ เด็กบางคนอาจแพ้ไข่แมงดาทะเลอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้
มีอาการบวมตามตัว หายใจไม่ออกเป็นต้น อาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักกาดดอง เต้าเจี้ยว น้ำปลา เป็นต้น เด็กบางคนอาจแพ้เห็ด
ซึ่งจัดว่าเป็นราขนาดใหญ่ เด็กบางคนแพ้ไข่ขาว อาจทำให้เกิดอาการผื่นคันบนใบหน้าได้ บางคนอาจจะแพ้ผลไม้จำพวกที่มีรสเปรี้ยวจัด กลิ่นฉุนจัด เช่น ทุเรียน ลำไย สตรอเบอรี่ กล้วยหอม และอื่น ๆ

ยาแก้อักเสบ
ยาที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อย ๆ นั้นได้แก่ ยาปฏิชีวะนะ พวกเพนนิซิลลิน เตตราไซคลิน นอกจากนั้นยังมีพวกซัลฟา ยาลดไข้แก้ปวดพวกแอสไพริน ไดไพโรน ยาระงับปวดข้อปวดกระดูก อาจทำให้เกิดลมพิษผื่นคันของผิวหน้า พวกเซรุ่มหรือวัคซีนเป็นกันโรค โดยเฉพาะวัคซีนสกัดจากเลือดม้า เช่น เซรุ่มต้านพิษงู แพ้พิษสุนัขบ้า เป็นต้น

แมลงต่าง ๆ
แมลงที่มักอาศัยอยู่ภายในบ้าน เช่น แมลงสาบ แมงมุม มด ยุง ปลวก และแมลงที่อาศัยอยู่นอกบ้าน เช่น ผึ้ง แตน ต่อ มดนานาชนิด เป็นต้น

เกสรดอกหญ้า ดอกไม้ ดอกข้าว วัชพืช
สิ่งเหล่านี้มักปลิวอยู่ในอากาศตามกระแสลม ซึ่งสามารถพัดลอยไปได้ไกล ๆ หรืออาจเป็นลักษณะขุย ๆ ติดตามมุ้งลวดหน้าต่าง
เกสรดอกหญ้า ที่ปลิวมาตามสายลม

ขนสัตว์
ขนของสัตว์เลี้ยงเป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ เช่น ขนแมว ขนสุนัข ขนนก ขนเป็ด ขนไก่ ขนกระต่าย ขนนกหรือขนเป็ด ขนไก่ที่ตากแห้งใช้
ยัดที่นอนและหมอน สำหรับนุ่น ฟองน้ำ ยางพารา ใยมะพร้าว เมื่อใช้ไปเป็นระยะเวลานานก็จะสามารถเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้เช่นกัน
การสอบประวัติและวิเคราะห์โรค
แพทย์จะทำการสอบถามประวัติและอาการของโรค พร้อมทั้งวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว เช่น บ้าน รถยนต์ โรงเรียน สัตว์เลี้ยง
งานอดิเรก เพื่อเป็นแนวทางที่จะทราบว่าผู้ป่วยมีอาการ ณ สถานที่ใดได้บ้าง

ทดสอบทางผิวหนัง
แพทย์จึงใช้วิธีทดสอบทางผิวหนัง ( Skin Tests ) ซึ่งวิธีนี้จะนำเอาน้ำสกัดของสารก่อภูมิแพ้ทางอ้อม โดยนำน้ำสกัดของสารก่อภูมิแพ้มาหยอดลงบนผิวหนังบริเวณท้องแขน ซึ่งทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ น้ำสกัดนั้นมาจากสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย ๆ เช่น ฝุ่นบ้าน ไรฝุ่น
เชื้อราในบรรยากาศ แมลงต่าง ๆ ในบ้าน เช่น แมลงสาบ ยุง เกสรดอกไม้ และอื่น ๆ เมื่อหยอดน้ำสกัดบนท้องแขนแล้ว ใช้ปลายเข็มที่สะอาด
กดลงบนผิวหนังเพื่อให้น้ำยาซึมซับลงไป แล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ตุ่มใดที่ผู้ป่วยแพ้ ก็จะเป็นรอยนูนคล้ายรอยยุงกัด แพทย์จะทำการวัด
รอยนูนและรอยแดงของแต่ละตุ่มที่ปรากฏ ซึ่งทำให้ทราบได้ทันทีว่าเจ้าตัวเล็กแพ้สารใดบ้าง ตุ่มใดที่ไม่แพ้ก็จะไม่มีรอยนูนแดง สำหรับวิธีทดสอบทางผิวหนังทำได้ตั้งแต่เจ้าตัวเล็กอายุได้ไม่กี่เดือนจนถึง เป็นผู้ใหญ่

หมายเหตุ ก่อนที่ผู้ป่วยจะทำการทดสอบ ต้องหยุดรับประทานยาแก้แพ้จำพวกยาด้านฮิสตามีนก่อนการทดสอบอย่างน้อย 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นฤทธิ์ยาแก้แพ้จะไปบดบัง ทำให้หาสาเหตุของโรคภูมิแพ้ไม่พบ

วิธีการรักษาโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกระบบของร่างกาย บางคนอาจมีอาการภูมิแพ้ในระบบใดระบบหนึ่ง หรือหลายระบบ โรคภูมิแพ้นั้นเป็นโรคที่
สามารถพิสูจน์หาสาเหตุของโรค และสามารถรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยบางคนเริ่มจากอาการแพ้อากาศเรื้อรัง เยื่อจมูกอักเสบ เมื่อไม่ได้ใส่ใจรักษา ต่อมาอาจกลายเป็นโรคหอบหืด โรคผื่นคันผิวหนัง เช่น เป็นลมพิษ ปวดศีรษะเรื้อรัง โรคอ่อนเพลียต่าง ๆ เป็นต้น

บางคนเชื่อว่า ถ้าเด็กเป็นโรคหอบหืดตั้งแต่เล็ก พอโตขึ้นอาจหายไปเองได ้และไม่จำเป็นต้องรักษาอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนักเพราะโรคนี้อาจทำให้เด็กเจริญเติบโตช้า การปรับตัวเข้ากับสังคมเพื่อน ๆ และสภาพแวดล้อมได้ไม่ดี เกิดปมด้อย อาจขาดความมั่นใจ
ส่วนเด็กที่แพ้อากาศ ถ้าไม่รักษาต่อมาก็อาจกลายเป็นโรคหอบหืดที่มีอาการของโรคแรงขึ้นเรื่อย ๆ ได้
หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกนั้นเป็นโรคภูมิแพ้ คุณควรจะนำไปปรึกษาแพทย์ เพื่อหาว่าแพ้อะไรบ้าง การดูแลรักษาในเบื้องต้นนั้นทำได้โดยการพยายามหลีกเลี่ยงสารที่เค้าแพ้ ซึ่งจะทำให้อาการของโรคนั้นลดลงหรือหมดไปได้
ปัจจุบันยารักษาโรคภูมิแพ้ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยนั้นมีหลายประเภท ทั้งยารับประทาน ยาสูดเข้าหลอดลม ยาพ่นจมูก
ยาหยอดตา และยาทาผิวหนัง

หาต้นเหตุและหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้
วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ทีดีที่สุด คือการค้นหาสาเหตุของการแพ้นั้นให้พบ เช่น การสอบถามประวัติและอาการของโรค พร้อมทั้งวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว เช่น บ้าน รถยนต์ โรงเรียน สัตว์เลี้ยง งานอดิเรก ตรวจร่างกายและทดสอบทางผิวหนัง เมื่อทราบว่าแพ้สารใดแล้ว ควรหลีกเลี่ยงสารที่ให้เกิดภูมิแพ้ที่ถูกต้องและอาการของโรคภูมิแพ้ก็จะ ทุเลา

ในทางปฏิบัตินั้นการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้นั้นทำได้ยาก เพราะชีวิตประจำวันนั้นต้องเผชิญกับสารก่อภูมิแพ้กระจายอยู่รอบ ๆ ตัว เช่นฝุ่นบ้าน ไรฝุ่น เชื้อรา และอื่น ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้การรักษาอาการของโรคอันเป็นปัญหาเฉพาะหน้าจึงเป็นสิ่งจำ เป็นและได้มักจะได้ผลดี แพทย์อาจให้รับประทานยาแพ้แพ้ แก้หอบ แก้ไอร่วมด้วย เป็นต้น
ฉีดวัคซีนให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทาน
มีวิธีการรักษาโรคภูมิแพ้อีกประการหนึ่งที่เป็นการรักษาได้ผลดีพอสมควร ได้แก่การหาสาเหตุของโรคภูมิแพ้ให้พบแล้วนำสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจพบนี้นำมา ผลิตวัคซีนให้ผู้ป่วย เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานสารที่แพ้ ( อิมมูโนบำบัด ) คือ รักษาให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทานสารที่แพ้ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การรักษาเพื่อ ลดภูมิไว คือให้ร่างกายลดความไวต่อสารที่ก่อให้เกิดโรค

โรคหัวใจ Heart Disease

โรคหัวใจ Heart Disease


โรคหัวใจ
 
          ชั่วโมง การทำงานที่อัดแน่นด้วยความเครียด และการกินอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันและเกลือ กำลังคุกคามสุขภาพของคนยุคปัจจุบัน อีกไม่นาน... การใช้ชีวิตสมัยใหม่แบบนี้ อาจทำให้ โรคหัวใจ ระบาดทั่วเมือง... 
          หัวใจคนเรามี 4 ห้อง แบ่งซ้าย - ขวา โดยผนังของกล้ามเนื้อหัวใจ และแบ่งเป็นห้องบน –ล่างโดยลิ้นหัวใจ ในทุกๆ วัน หัวใจคนเราจะเต้นประมาณ 100,000 ครั้ง และสูบฉีดเลือดประมาณวันละ 2,000 แกลลอน เปรียบเสมือนการทำงานปกติของ "หัวใจ" แต่ถ้าวันหนึ่ง... หัวใจเราเกิดอาการผิดปกติขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไร...?

          ทั้งนี้ นายแพทย์สุรพันธ์ สิทธิสุข แพทย์จากหน่วย โรคหัวใจ และหลอดเลือด คณะแพทย์ศาสตร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า อาการผิดปกติเบื้องต้นของร่างกาย ซึ่งอาจเป็นข้อบ่งชี้ว่า มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ สามารถแบ่งได้หลายชนิด ดังนี้

 โรคหัวใจ ที่อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน... 

          คือ อาการผิดปกติเบื้องต้นของร่างกาย ที่บ่งชี้ว่าอาจเป็น โรคหัวใจ พบบ่อยในคนทั่วไป ที่คิดว่าตัวเองมีสุขภาพดี ทั้งที่ความจริงอาจเป็นโรคหัวใจในระยะแรกเริ่ม มีดังนี้
           1. เหนื่อยเวลาออกกําลังกาย เพราะหัวใจทําหน้าที่ในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขณะที่เราออกกําลังกาย หัวใจจะทํางานหนักมากขึ้น ปกติเวลาที่เราออกกำลังกายไปถึงระดับหนึ่งจะรู้สึกเหนื่อย แต่ในรายของคนที่มีอาการเริ่มต้นของ โรคหัวใจ แม้ออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย จะรู้สึกเหนื่อยผิดปกติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นหากออกกำลังกาย แล้วรู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่า คุณอาจเป็น โรคหัวใจ

           2. เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก มักพบบ่อยในคนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ อาการดังกล่าวจะมีลักษณะเฉพาะคือ รู้สึกเหมือนหายใจอึดอัด และแน่นบริเวณกลางหน้าอก เหมือนมีของหนักทับอยู่ หรือรัดไว้ให้ขยายตัวเวลาหายใจ โดยมากอาการนี้ จะแสดงออกเวลาที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น ระหว่างการออกกำลังกาย หรือใช้แรงมากๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า อาจเป็น โรคหัวใจ

           3. ภาวะหัวใจล้มเหลว เกิดจากการที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างของร่างกายได้อย่าง เพียงพอ โดยผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเหนื่อย ทั้งที่ออกกำลังกายเพียงนิดหน่อย หรือเหนื่อยทั้งที่นั่งอยู่เฉยๆ ในกรณีที่เป็นมาก อาจทำให้ไม่สามารถนอนราบได้เหมือนปกติ เพราะจะรู้สึกเหนื่อยเวลาหายใจ และอึดอัดตรงหน้าอก นอกจากนั้น อาจมีอาการหอบจนต้องตื่นขึ้นมาหอบกลางดึกอีกด้วย อาการภาวะหัวใจล้มเหลวนี้ หากไม่รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

           4. ใจสั่นและหัวใจเต้นผิดจังหวะ ปกติ หัวใจของเราจะเต้นด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอประมาณ 60 -100 ครั้ง/นาที แต่สำหรับคนที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจขยับไปถึง150 -250 ครั้ง/นาที ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอนี้ จะทำให้เหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจไม่ทัน

           5. เป็นลมหมดสติ คืออีกหนึ่งอาการที่เตือนว่าคุณอาจเป็น โรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ซึ่งมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นลมหมดสติสูง เนื่องจากจังหวะการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ เพราะเซลล์ซึ่งทำหน้าที่ให้จังหวะไฟฟ้าในหัวใจเสื่อมสภาพ ส่งผลให้หัวใจเต้นช้าลง และส่งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จนทำให้เป็นลมไปชั่วคราวได้ ทั้งนี้ การเป็นลมหมดสติ มักจะเกิดในท่ายืนมากกว่านั่ง ทำให้ขณะล้มลงศีรษะมีโอกาสฟาดพื้น และเกิดการกระทบกระเทือนต่อสมองได้มากกว่า ดังนั้น ใครที่เป็นลมบ่อยๆ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็น โรคหัวใจ ได้

           6. หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ในกรณีนี้มักเกิดจากความผิดปกติของเซลล์หัวใจโดยตรง และมักเกิดกับคนปกติที่ไม่มีอาการของ โรคหัวใจ มาก่อนล่วงหน้า ซึ่งหากมีอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือที่รวดเร็ว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

 โรคหัวใจ ที่อาการผิดปกติที่สังเกตได้จากร่างกาย... 
          นอกจากความผิดปกติชนิดเฉียบพลันแล้ว อาการบ่งชี้ที่สังเกตได้จากร่างกายของเราเอง ก็เป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่เตือนให้รู้ว่า คุณอาจเป็น โรคหัวใจ และควรไปพบแพทย์โดยด่วนได้เช่นกัน เป็นต้นว่า...

           1. ขาหรือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อกดดูแล้วมีรอยบุ๋มตามนิ้วที่กดลงไป ซึ่งหากเกิดขึ้นกับใคร ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คโดยด่วน เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า เวลานี้คุณอาจอยู่ในภาวะหัวใจล้มเหลวโดยที่ไม่รู้ตัว
               
           2. ปลายมือ ปลายเท้า และริมฝีปากมีลักษณะเขียวคล้ำ อาการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทางเดินของเลือดในหัวใจห้องขวากับห้องซ้ายมีการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการผสมของเลือดแดงกับเลือดดํา และทําให้ปริมาณของออกซิเจนในเลือดมีปริมาณน้อยลง

 โรคหัวใจ ที่อาการผิดปกติที่ตรวจพบขณะตรวจร่างกาย...


          การไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพประจำปี เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถคาดคะเนความเสี่ยงต่อการเกิด โรคหัวใจ ได้ เช่น ตรวจเลือดแล้วพบว่าเป็นเบาหวาน หรือมีไขมันในเลือดสูง ก็อาจสันนิษฐานได้ว่า มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบได้เช่นกัน หรือเอ็กซเรย์แล้วพบว่า ขนาดของหัวใจโตกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว และกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวอ่อนกำลังลง ทำให้ห้องต่างๆ ของหัวใจขยายขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีความเสี่ยงสูง ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

 ป้องกัน โรคหัวใจ อย่างไรดี... 
         
          ข้อมูลที่ได้บอกไปข้างต้น เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เรามีอัตราเสี่ยงสูงต่อการป่วยเป็น โรคหัวใจ เท่านั้น ซึ่งผู้ที่จะวินิจฉัยว่าเราเป็น โรคหัวใจ หรือไม่ คือแพทย์ โรคหัวใจ เท่านั้น ดังนั้นหากพบความผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนดีที่สุด

 สำหรับคนที่หัวใจยังเป็นปกติ เรามีข้อแนะนำในการดูแลหัวใจ (ก่อนสายเกินไป) ดังนี้ค่ะ

           สังเกต ความผิดปกติของตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน เช่น ดูว่าอัตราการเต้นของหัวใจปกติดีหรือไม่ เจ็บหน้าอก ใจสั่นบ่อยๆ หรือเปล่า เป็นต้น
               
           ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สุขภาพจิตแจ่มใสแล้ว ยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้นอีกด้วย

           ดูแล สุขภาพใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ พยายามไม่เครียด รู้จักควบคุมอารมณ์ และพึงระลึกไว้เสมอว่า ความเครียดและความโกรธ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หัวใจเต้นแรง และทำงานหนักขึ้น

           รับ ประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยงดอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งทำให้ความดันโลหิตสูง เกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบได้ง่าย และหันไปกินผักผลไม้ให้มากขึ้น
               
           ควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันและรักษาโรคร้ายที่อาจคาดไม่ถึง เช่น โรคหัวใจ ซึ่งแฝงอยู่ในตัวเราตั้งแต่เนิ่นๆ

          ... ยามใดที่ร่างกายอ่อนล้า เราหยุดพักให้หายเหนื่อยได้... แต่ยามใดที่หัวใจอ่อนแรง มันก็ยังคงเดินต่อไป ทำงานต่อไป... เพราะฉะนั้น เมื่อรู้ว่า "หัวใจ" คนเราไม่เคยหยุดพัก อย่าลืมดูแลรักษามันไว้ให้ดีๆ นะคะ เพือจะได้ไม่เป็น โรคหัวใจ ค่ะ

โรคโลหิตจาง anemia ; TEL 020 5996 2888

 

โรคโลหิตจาง anemia

โรคโลหิตจาง
โรคโลหิตจาง


เลือดออกอย่านอนใจ (ไทยรัฐ)


          โรคโลหิตจาง (anemia) เป็นเครื่องบอกเหตุว่ามีโรคหรือสาเหตุซ่อนอยู่ ซึ่งต้องค้นหาดูว่าเป็นอะไร แล้วจึงจะทำการรักษาที่ถูกต้อง โรคที่ทำให้เกิดภาวะ โรคโลหิตจาง พบบ่อยในบ้านเรา แต่หากไม่ได้ใส่ใจ และปล่อยทิ้งไว้จนเป็นมากอาจจะก่อให้เกิดผลเสียได้ ในภาวะโลหิตจางหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ซีด" นั้น ร่างกายจะมีจำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง แต่ละเพศและวัยมีค่านี้แตกต่างกัน เมื่อไรพบว่าค่าต่ำกว่าพิกัดต่ำสุดของประชากรเพศและวัยนั้นก็ถือว่า โรคโลหิตจาง

สาเหตุของ โรคโลหิตจาง

          โรคโลหิตจาง เกิด จากการเสียเลือด เช่น เสียเลือดจากระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากเป็นแผลในกระเพาะอาหาร สังเกตได้จากอุจจาระที่เป็นสีดำ และเหนียวคล้ายยางมะตอย ผู้ที่มีพยาธิปากขออยู่ในลำไส้ หรือสตรีที่เสียเลือดมากผิดปกติจากการมีประจำเดือนจากโรคทางพันธุกรรมในบ้าน เรามีหลายชนิด แต่ที่พบบ่อย คือ โรคธาลัสซีเมียเกิดจากเม็ดเลือดแดงแตกง่ายผิดปกติ ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อได้ทางพันธุกรรม

          โรคโลหิตจาง จาก ภาวะการขาดอาหาร ส่วนมากจะพบในคนไข้ที่รับประทานอาหารไม่ได้ หรือรับประทานได้ แต่ไม่ครบทุกประเภท มักพบบ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ หรือผู้ที่รับประทานอาหารไม่ครบหมู่ จากการที่ร่างกายสร้างสารมาทำลายเม็ดเลือดของตัวเอง อาทิ โรคเอสแอลอี โรคโลหิตจาง จากปัญหาของมะเร็งเม็ดเลือด โรคโลหิตจาง ที่เป็นผลจากโรคอื่น เช่น โรคตับ โรคไต

          ภาวะ โลหิตจาง เกิด ได้จากหลายสาเหตุ บางอย่างสามารถรักษาให้หายขาดได้ บางอย่างทำได้แค่ประคับประคองให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติให้ มากที่สุด สิ่งที่สำคัญ คือ อย่าละเลยอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น การตรวจพบ โรคโลหิตจาง ตั้งแต่ระยะเนิ่นๆ จะทำให้การรักษาโรคได้ผลดี และมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าการรักษา โรคโลหิตจาง ในระยะที่เป็นมาเนิ่นนานแล้ว

อาการของ โรคโลหิตจาง

          ผู้ที่เป็น โรคโลหิตจาง ไม่มากหรือไม่มีโรคหลอดเลือดร่วมด้วยอาจไม่มีอาการก็ได้ อาการจะมีหรือไม่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของ โรคโลหิตจาง และความเฉียบพลันของการเกิดโรค โรคโลหิตจาง

          อาการเหนื่อยง่าย เหนื่อยง่ายหมายถึงรู้สึกเหนื่อยผิดปกติเวลาที่ต้องออกแรง เช่น เคยเดินบันไดได้โดยไม่เหนื่อยแต่กลับเหนื่อย ถ้ามี โรคโลหิตจาง รุนแรง แค่เดินในบ้านก็อาจเหนื่อยแล้ว เวลาเหนื่อยอาจมีอาการใจสั่นร่วมด้วย ที่รุนแรงอาการมีอาการของโรคหัวใจวาย คือ เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ เป็นต้น

          อาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ

          อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียน

          อาการทางสมอง เช่น รู้สึกสมองล้า หลงลืมง่าย ขาดสมาธิในการทำงาน เรียนหนังสือไม่ดีเท่าที่ควร นอนไม่หลับ

           อาการหัวใจขาดเลือด มักพบในคนที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โลหิตจาง ทำให้อาการของหัวใจรุนแรงขึ้น เจ็บหน้าอกง่ายขึ้น

          อาการขาขาดเลือด พบในคนที่มีโรคหลอดเลือดของขาทำให้ปวดขา เวลาเดินได้ไม่ไกล ต้องหยุดพักบ่อยๆ เวลาเดิน

          อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น เบื่ออาหาร ท้องอืด

การวินิจฉัย โรคโลหิตจาง

          โรคโลหิตจาง สามารถ ให้การวินิจฉัยได้จากลักษณะประวัติอาการ การตรวจร่างกายโดยละเอียด การตรวจลักษณะของเม็ดเลือด รวมทั้งการตรวจพิเศษบางอย่างเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของภาวะ โลหิตจาง

การรักษา โรคโลหิตจาง

          หลักการสำคัญ คือ รักษาที่สาเหตุของ โรคโลหิตจาง แนวทางการรักษาประกอบด้วยการรักษาทั่วไป เป็นการบำบัดอาการของ โรคโลหิตจาง ระหว่างที่ทำการรักษาโรคสาเหตุของ โรคโลหิตจาง เช่น รักษาภาวะหัวใจวาย ลดการออกแรง ให้ออกซิเจน ให้เลือดทดแทน มักให้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาหลอดเลือด ผู้ป่วยอายุมากหรือเสียเลือดมากเฉียบพลันผู้ป่วยเลือดจางเรื้อรังมักไม่จำ เป็นต้องให้เลือด แม้ว่าความเข้มข้นของเลือดจะต่ำมากๆ ก็ตาม

          ส่วน การรักษาจำเพาะเป็นการรักษาไปที่สาเหตุ กำจัดสาเหตุและให้การรักษาโรคสาเหตุนั้นๆ เช่น ถ้าพบว่าเลือดจางเพราะพยาธิปากขอ ก็ให้ยากำจัดพยาธิและให้ยาที่มีธาตุเหล็กควบคู่กันไป เมื่อระดับความเข้มข้นของเลือดกลับสู่ระดับปกติแล้ว ควรให้ยาเสริมธาตุเหล็กต่อไปอีก 3 เดือนจึงจะเพียงพอ